เรื่องเล่าจาก ป.ยุทธ :  เขาถูกหาว่าเป็นปลัดขี้เมา ตอนที่ ๑
ชื่อผู้เขียน : ผู้ดูแลระบบ
วันเวลาที่เขียน :  28 ก.พ. 54     จำนวนผู้เยี่ยมชม :  4863  คน
ดาวน์โหลด   ไม่มีไฟล์เอกสาร
 
 

 

ตอนที่ 

          ที่ทำการ อบต.โคกหินแห่ตั้งโดดเด่นกลางทุ่งนาที่มีต้นข้าวอันเขียวขจี

ลมเย็นๆ พัดโชยเอาอากาศอันบริสุทธิ์ชวนให้สูดดมอย่างเต็มปอดโดยไม่ต้องซื้อหาหรือเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

เขานั่งคอพับบนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงาน อาจเป็นเพราะเครื่องแบบสีกากีคอพับที่เขาสวมก็ได้ แต่ถ้าเขาใส่สีกากีคอแบะล่ะ คอจะไม่แบะหรืองัย (บ้า...คอแบะก็ตายนะสิ)  กึ่งหลับกึ่งตื่นสะลึมสะลือ ใบหน้าแดงก่ำราวกับว่าเดินตากแดดจ้ามาเป็นชั่วโมง เจ้าหน้าที่ธุรการเดินเข้ามาเสนอแฟ้มเห็นเขานั่งหลับอยู่ ด้วยความทะลึ่งอย่างคุ้นเคย เธอจึงแกล้งวางแฟ้มลงแรงๆ และแล้วความโชคร้ายก็เป็นของเธอ(ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว) เมื่อเขาสะดุ้งตื่นพร้อมอุทานออกมาอย่างตกใจ

ว้าย (ไม่ใช่นั่นมันตุ๊ดแล้ว เอาใหม่)

เฮ้ย...อะไรกันวะ กลิ่นละมุดเน่าโชยใส่สองรูจมูกของหญิงสาว(ไม่ค่อยสวย)น้องนางธุรการผู้โชคร้าย เธอเซถลาหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม แต่เธอก็ใช่ย่อยประสบการณ์บอกให้เตรียมรับมือไว้แล้ว เธอรีบควักยาดม(ยาอม ยาหม่อง)มาสูดดม  แค่นั้นเธอก็หายเป็นปิดทิ้ง

ขอโทษค่ะปลัดแฟ้มมันหลุดมือ

ม้ายเป็นรายเขาพยักหน้าตาปรือๆ แต่ก็รีบควักปากกาออกมาแล้วเปิดแฟ้ม ธุรการถอยออกมาอย่างได้ผลแต่ซวยนิดๆ คราวหน้าต้องอย่าลืมกลั้นลมหายใจไว้ด้วย ฌะอบอกตัวเอง

ทุกคนอาจมองเขาว่าเมา  แต่เขาบอกกับตัวเองว่าแค่ตึงๆ ใช่เขายังไม่เมาหรอกแค่นี้  กำลังทำงานได้คล่อง เซ็นหนังสือได้เที่ยงตรงดี  ตรงข้ามถ้าเขาไม่ได้ดื่มสิอาจอืดอาดเชื่องช้าสมองไม่แล่น อีกไม่นานเขาก็จะออกไปข้างนอก โน่นเปลที่ผูกไว้ใต้ต้นหูกวางหลัง อบต.โน่น เพราะที่นั่นคือที่สำรองของเขาในเวลานี้ บ่ายๆ อากาศดีๆ อย่างนี้ต้องงีบเอาแรงหน่อย  ตื่นขึ้นมาบ่ายสาม-สี่โมงก็เข้าบ้านไม่งั้นก็ชวนลูกน้องดื่มต่อ หาไก่มาต้ม เหล้าขวดสองขวด ให้ลูกน้องไปเอาที่ร้านยายสีในหมู่บ้าน  ติดหนี้ไว้ก่อนสิ้นเดือนค่อยว่ากัน (ใครๆ มักจะได้ยินยายสีบ่นอยู่เสมอๆว่าเงินสดล่ะไปซื้อร้านอื่น เงินเชื่อล่ะมาซื้อร้านตู ตูล่ะเบื๊อ เบื่อ) แล้วมันจะมีอะไรดีไปกว่าเหล้าล่ะ เพราะดื่มมันทีไรลืมทุกข์ลืมโศก ลืมโรคลืมภัย ลืมเสนียดจัญไร ฯลฯ เมื่อทุกข์โศกถูกลืมไป  แน่นอน (อาจนอนแน่) ความสุขย่อมวิ่งเข้ามาแทนที่

 

          แฟ้มอยู่บนโต๊ะทำไมมันเยอะนักวะ ไม่เอิ่นไม่อ่านแล้ว เซ็นอย่างเดียว กะอีแค่ผ่านหนังสือราชการให้นายก ลูกน้องคงไม่กล้าพิมพ์หนังสือสอดไส้ให้ลาออกหลอกให้เซ็นหรอกวะ อ้าวนี่เช็คก็มีด้วยเบิกค่าอะไรวะนี่  อ๋อ ค่าเครื่องเขียนแบบพิมพ์สำนักงาน  เอ๊า...เอาไป  เสียเวลาพักผ่อน....เอิก...เขาคิดไปเซ็นไปพลางเรอออกมาโชคดีที่ไม่มีผู้อยู่ใกล้ ไม่งั้นอาจหงายหลังสลบ เหมือนน้องนางธุรการสาวโฉด เอ้ย โสด  แต่เขาบอกตัวเองว่าเรอของเขามันช่างห๊อม หอม กลิ่นคล้ายๆ ตอนมันอยู่ในขวดยังไงยังงั้น

 

          ตะวันบ่ายคล้อย  เขางัวเงียลุกจากเปล เผลอหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้(ไม่เผลอหรอกตั้งใจหลับแหงๆ) นาฬิกาเรือนเก่าๆ แต่ยี่ห้อดี (ไม่รู้ว่าของเทียมหรือเปล่า ยี่ห้อใส่โก้ ใช่แล้ว  เวลาใส่แล้วมันโก้) บนข้อมือบ่งบอกเวลาบ่ายสี่โมงกว่าๆ ใกล้เลิกงานแล้วนี่นา เสียงพูดคุยจอแจของเด็กนักเรียนเดินผ่านมาแล้วชำเลืองดูเขาที่งัวเงียลุกขึ้นจากเปล  พลางกระซิบกระซาบกัน

          นอนเปลอีกแล้ววันนี้เราว่าเมาแหงๆ

          ใครเหรอไอ้จ้อย

          ก็อีพ่อใหญ่ปลัดนั่นงัย

          เออหวะ  จริงๆ ด้วย โอ๊ะ ล้มๆๆ

          เกื๊อบ เกือบ แค่เซเฉยๆ

 

นักเรียนเลิกเรียนต้องเดินผ่าน อบต. ทุกๆ วัน  ภาพนั้นเขาเห็นจนชาชินและชินชา    ไม่นานบรรยากาศก็เงียบ (ก็นักเรียนกลับหมดแล้วนี่) เงียบแล้วก็เงียบ ไม๊  ไม่ ไม่เงียบหรอกฟังสินั่นเสียงรถโฆษณาขายอะไร

เกลือเด้อครับเกลือ แลกกะแลก ขายกะขาย ถุงละบาทครับสนใจเดินมาซื้อได้ที่รถบริการขาย

น้ำปลาครับน้ำปลา

(มันจะเยอะแยะแท้รถขายของในหมู่บ้านนี้)

เขาโทษตัวเองที่ดื่มหนักไปหน่อยทำให้นักเรียนเห็นภาพที่ไม่ดีของเขา แต่ช่างเถอะไปวอรี่ทำไมเพราะแทบทุกวันอาหารมื้อเที่ยงต้องมีดื่มไม่มากก็น้อย (วันนี้มันดันเยอะไปหน่อย) แต่ถ้าวันไหนไม่มีเขาบอกได้เลยว่ากินข้าวบ่แซบ บ่แซบเลย  ใครๆ เลยมองเขาไปว่าเขาติดเหล้า แต่เขาบอกว่า...เปล่าเหล้ามาติดเขาต่างหาก   

เขาเดินเซนิดๆ (แต่เขาเข้าข้างตัวเองว่าเดินตรงๆ อยู่นะ) เข้าไปในสำนักงาน เงียบเหมือนเป่าสาก (ถูกต้อง ประเทศไหนเป่าสาก(ไม้ตีพริก)แล้วมีเสียงเหมือนปี่พระอภัย)  ลูกน้องเล่นทีเผลอ เห็นปลัดเมาทีไรมันแอบหนีกลับบ้านทุกทีไปไอ้พวกนี้ แต่ยังนี่หว่ายังไปไม่หมด เห็นหลังไวๆ ข้างพุ่มไม้หน้าเสาธง

สมๆ มานี่เขาตะโกนเรียก

แฮะๆ ขนาดหลบยังมองเห็นผมนะปลัด ภารโรงพูดพลางเดินเข้ามาหา

เดี๋ยวพ่อเตะ...ไปซื้อเหล้าให้หน่อย แบนนึงโซดาไม่ต้อง..  แล้วนี่พวกช่างไปไหนหมดวะ กะว่าจะชวนกินต้มไก่ซะหน่อย

กลับหมดแล้วครับ..... เอาเงินมาซิครับปลัดผมจะไปซื้อให้ภารโรงยื่นมือมา

ลงบัญชีไว้เว้ย...

แต่แล้ว...ภารโรงก็ต้องชะงัก แม้แต่เขาเองยังอ้าปากค้าง

อ้ายสมไม่ต้องไป  พี่กลับบ้านหญิงสาวที่นุ่งผ้าถุงเสื้อคอกระเช้าลายดอก (นั่นมันสายเดี่ยวบ้านนานะจะบอกให้) ยืนอุ้มลูกวัยขอบเศษอยู่หน้า อบต. พูดกึ่งร้องตะโกน

แฮะๆ ตัวใครตัวมันนะปลัด ไปล่ะครับ มีพระเอก โอ๊ะนางเอกขี่ม้าขาวมาช่วยแล้ว ภารโรงรีบเดินจ้ำอ้าวพอมาถึงหญิงสาวที่ยืนอุ้มลูก

อ้ายไปก่อนเด้ออีนางหวึ่ง โอ๊ะน้องหวึ่ง  ไม๊ ไม่ ไม่ใช่สิ...ต้องคุณนายหวึ่งถึงจะถูกพูดจบจับจักรยานชนิดกลับหลังหันปั่นออกไปอย่างรวดเร็วราวไอ้มดแดงแปลงร่าง

 

เขาเดินมารับเอาลูกจากหล่อนมาอุ้มหยอกล้อพลางเดินตามหลังหล่อนไปอย่างว่าง่าย

กลับก็กลับสิทำไมต้องเสียงดัง เดี๋ยวก็ย้ายหนีไปเป็นปลัดเทศบาลนครในเมืองเสียเลย

ไปไหนน้องก็ไปด้วย หล่อนหน้าถอดสีนิดๆ

จะไปได้งัย ปลัดเทศบาลนครต้องมีคู่สมรสจบปริญญาตรี ถ้าไม่มีวุฒิปริญญาตรีเขาจะไล่ออกจากการเป็นภรรยาปลัดทันที เขาทำสีหน้าขึงขัง

โอ๊ะอย่านะพี่ น้องล้อเล่น อย่าหนีจากน้องไปเลยนะ นะนะ น้อง(หวึ่ง) ขอโทษ

เขายืดอกเพราะมีไม้ตายเอาชนะเมีย พลางชำเลืองดูหล่อน  แต่เห็นหน้าเมียทีไรนึกเปี้ยวปากอยากดื่มเหล้าทุกทีไป อาจเป็นเพราะว่าเหล้าทำให้ทุกข์โศกหายไปแล้วความสุขเข้ามาแทนที่ก็ได้ (ไม่ใช่ล่ะมั้ง ติดเหล้าแหงๆ)

หญิงสาวน้องนางบ้านนา หล่อนใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่ เพียงแต่ว่าผิวคล้ำไปนิดๆ ประกอบกับการแต่งตัวก็ไม่เลิศหรูเหมือนสาวในเมือง สาวบ้านนาก็ยังงี้แหละ แต่ลูกสาวตัวเล็กที่เขาอุ้มนี่สิหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงเขามาก และนี่คือหมัดเด็ดที่ทำให้เขาไม่กล้าทิ้งหล่อนไป เพราะสงสารลูก

 

แต่...เอ.?!.ท่านผู้อ่านครับ ทำไมเขาถึงได้มาเป็นปลัดขี้เมาแล้วมีคุณนายเป็นสาวชาวบ้านนานุ่งผาถุงเสื้อคอกระเช้าอย่างนี้ล่ะ  ตามมาครับจะพาย้อนอดีตไปดูเรื่องราวชีวิตบัดซบ (สมบัติ  เมทะนี ซบแนบ-อกภรรยา) ไม่สิต้องเป็นชีวิตแห่งการประสบความสำเร็จถึงจะถูก

 

ภาพแห่งความทรงจำในอดีตของเขาผุดขึ้นมา (เหมือนในหนังที่เคยดู)

          ชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นก้าวเดินลงจากที่ว่าการอำเภอ (เวลาเดินไม่มุ่งมั่นมัวแต่ใจลอยก็ตกบันไดตายห่านะสิ) เมื่อรายงานตัวเสร็จสิ้น 

ปลัดเหยินมานี่ก่อน อย่าเพิ่งไป นายอำเภอร้องตะโกนทางหน้าต่างห้องทำงานกวักมือเรียกขณะเขาเดินไปที่รถเครื่องจอดอยู่ใต้ร่มต้นคูน เขาเงยหน้าขึ้นมองแล้วหันกลับมามองกระจกรถ มันก็เหยินไม่มากเท่าไหร่นี่วา เขายิ้มใส่กระจกพิจารณาตัวเอง แล้วรีบหันไปตามเสียงเรียก

มีอะไรเหรอครับท่านนายอำเภอ ที่จริงแล้วอยากพูดต่อท้ายว่า หัวล้าน เล่นคนอื่นไม่ดูตัวเองเลย (คนหัวล้าน นักวิชาการหลายท่านให้คำจำกัดความว่า ผู้อาภัพทรงผม บางคนบอกว่าคนที่มีคิ้วอยู่ต่ำกว่ามาตรฐาน)

เมื่อเขามาถึงห้องนายอำเภอ

ปลัดลืมปากกา

ขอบคุณครับท่าน ด้ามละห้าบาทเอง

ก้อนี่แหละถึงเรียกปลัดกลับมาเอาคืนไป มันรกห้อง ถ้าปาร์คเกอร์ละก้อ เสียใจ จ้างก้อไม่เรียกกลับมาเอา

นายอำเภอครับผมชื่อนราธิปนะครับ ทีหน้าทีหลังกรุณาเรียกให้ถูก

เหยินไม่ใช่ชื่อผมครับ  

นราธิปเพราะไปมั้ง ผมว่าปลัดไม่ค่อยเหมาะกับชื่อนี้เท่าไหร่นะ ถามจริงไปลอกชื่อใครมา

ผมลาละครับท่าน เขารีบไหว้ตัดบทเดินออกมา อยู่นานอาจมีปัญหาฟันหน้าจิกหัวล้านเลือดไหลอาบใบหน้าอาการสาหัสสากรรจ์เป็นข่าวหน้าหนึ่ง

ว่างๆ อย่าลืมกู้ออมทรัพย์ไปจัดฟันนะปลัดเหยิน เอ้ย...นราธิป เสียงร้องตามหลัง

กรอด.... เสียงกัดฟันของเขา และตอบในใจว่า  ครับจะซื้อวิกทรงหล่อๆมาฝากนายอำเภอด้วย

ปลัดนราธิป (ชื่อยาวไป ผู้เขียนขอเรียกปลัดเหยินเหมือนนายอำเภอดีกว่า อย่ามาจิกหัวผู้เขียนแล้วกันเพราะผู้เขียนหัวไม่ล้าน แหมจิกยังกะนกหัวขวาน นะท่านเหยิน) เมื่อแยกย้ายกับเพื่อนเพื่อเดินทางไปรายงานตัวที่ อบต.ของแต่ละคน  เขาไม่เชื่อว่าพื้นที่ที่เขาจะไปอยู่นั้นมันยังมีในประเทศแห่งนี้ ณ ปีนี้ พ.ศ.นี้ โลกเจริญไปถึงไหนแล้ว แต่ตำบลหมู่บ้านที่เขากำลังจะไปกลับหลุดโลกปัจจุบันที่มีความศิวิไลซ์ไปยังกะคนละทวีป ที่จริงแล้วเขาได้รู้จากเจ้าหน้าที่อำเภอเหมือนกันว่าพื้นที่ที่เขาถูกกำหนดให้ลงไปรับผิดชอบนั้นมันแสนทุรกันดาร ถนนหนทางมีเฉพาะหน้าแล้ง แต่ถ้าหน้าฝนจะถูกกลืนหายไปกลับสายน้ำที่กัดเซาะเอ่อท่วมขัง   

          ทั้งนั้น และทั้งนี้เขาไม่ได้เลือกลง อบต.นี้หรอก แต่อาจจะเป็นเพราะว่าเขาสอบได้ลำดับที่ท้ายสุดกระมัง พูดง่ายๆ เกือบตกคนสุดท้ายของลำดับสุดท้ายของตำแหน่งปลัด อบต.ที่ทางราชการรับพอดี้ พอดี เอาวะเกือบตกดีกว่าเกือบได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นปลัดเหยินจึงถูกกำหนดให้ลงไปบรรจุที่ อบต.โคกหินแห่ (หินแห่เป็นภาษาอีสาน  หมายความว่าหินลูกรัง) มันเป็นพื้นที่ที่ทุกคนเมิน  สภาพภูมิประเทศเรียกสวนไร่นาป่าเขาเป็นลูกรังเสียส่วนใหญ่ ปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารอะไรก็ไม่งอกงามว่างั้นเถอะ

ปลัดเหยินจึงไม่มีโอกาสได้เลือกพื้นที่ที่จะลงเหมือนเพื่อนๆ คนอื่นเลย โถจะเอาโอกาสที่ไหนเลือกอีกล่ะพ่อคุณก็ในเมื่อสอบได้ที่โหล่ (สุดท้าย) นี่นา   พวกที่สอบได้ลำดับก่อนๆ เลือกลง อบต.ดีๆ เสียหมดเหลือแห่งเดียว แห่งเดียวจริงๆ ที่ว่างไว้ให้เขา เขายังจำคำพูดเจ้าหน้าที่ที่ศาลากลางจังหวัดพูดไว้ขณะที่เขาเรียงคิวคนสุดท้ายกำลังจะกรอกข้อมูลเลือกลง อบต.

หยุดเลยปลัด เจ้าหน้าที่หยุดพูดพลางเงยหน้ามองเขาแทนที่จะมองป้ายชื่อ

ปลัดเหยิน ไม่ต้องเลือก อบต.หรอก เพราะเหลือที่เดียว รับไปเลย อบต.โคกหินแห่ พูดแล้วเจ้าหน้าที่คนนั้นก็หัวเราะเป็นเรื่องขัน เขามองหน้าเคืองๆ แต่ก็หัวเราะเหมือนกันเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่คนนั้นตาเหล่

เอาเป็นเอา เป็นไงเป็นกันที่ที่ไหนก็มีแดดให้ตากผ้าเหมือนกันล่ะว้า เขาคิด

อบต.โคกหินแห่  เป็น อบต. ที่ไกลที่สุดจากตัวอำเภอ ระยะทางฟังดูแล้วไม่ไกลเลย เพียงแค่ สามสิบกิโลเมตร  แต่นั่นถ้าเป็นถนนลาดยาง หรือไม่ก็ลูกรังธรรมดาๆ อย่างมากก็ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วโมง สองชั่วโมงก็ถึง  แต่เมื่อเขาได้มาสัมผัสมันช่างแสนสาหัสเสียเหลือเกิน  และบังเอิญเป็นหน้าฝน ลูกรังเก่าๆ ที่ขาดการซ่อมแซม เมื่อเจอกับฝนที่ตกซุก  หน้าลูกรังถูกซัดหายไป เหลือไว้แต่ดินเหนียวที่ลื่นไถลตลอดระยะ สองข้างทางเป็นที่นาสลับกับป่าเขา ขึ้นเนิน ลงเนิน เวลารถเครื่องที่เขาขับเคลื่อนไปแต่ละระยะ มันจึงคล้ายงูเลื้อย หรือมองเผินๆ คล้ายคนเมาขับยังไงยังงั้น  ผ่านหมู่บ้านต้องจอดถามทางไปเรื่อยๆ (เครื่อง จี พี เอส, สปีดเนวี่, เนวิเกเตอร์ ก็ไร้ประโยชน์นะสิบอกให้ )

 

          รถเครื่องคู่ชีพของปลัดเหยินขับไปได้แค่ครึ่งทางก็ต้องจอดพักที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปสอง-สามชั่วโมงแล้วเดินทางมาได้แค่ครึ่งทาง น้ำมันที่เติมมาเต็มถังหมดแล้ว ต้องเติมอีก กว่าเขาจะได้ออกเดินทางมาหลังรายงานตัวกับนายอำเภอก็เกือบเที่ยง นี่ก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสามโมง หนทางดูอีกไม่ไกลถ้าไม่พบอุปสรรคข้างหน้า

 

       

      อ่านฉบับเต็ม คลิกที่นี่

 

อ่านเรื่องเล่าเชิงนวนิยาม จากป.ยุทธ ย้อนหลัง คลิกที่นี่

 

 

 

 
 



 


ข่าวสารบ้านเมือง : Bangkok Post | กรุงเทพธุรกิจ | ข่าวสด | คม ชัด ลึก | ฐานเศรษฐกิจ | เดลินิวส์ | ไทยรัฐ | แนวหน้า | บ้านเมือง | ประชาชาติธุรกิจ | ผู้จัดการ
มติชน | สยามธุรกิจ | สยามรัฐ | อ.ส.ม.ท | ไทยโพสต์ | ไทยนิวส์ | เชียงใหม่นิวส์ | สถานีโทรทัศน์ AStv สถานีโทรทัศน์ Nation | รับชมทีวีจากเว็บผ่านทรู
รวมเว็บบอร์ด : กรมส่งเสริมฯท้องถิ่น | สายตรงสนง.ท้องถิ่น ชม. | ชมรมนิติกรอปท. ชมรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯชมรมนักวิชาการศึกษา ชมรมช่างโยธาไทย
ชมรมจนท.จัดเก็บรายได้ ชมรมนักพัฒนาชุมชน | ชมรมเจ้าหน้าที่ธุรการ ชมรมเจ้าหน้าที่พัสดุ
..   ..  ..  ..
..
Copyright © 2009 All Rights Reserved. by www.thailocalgov.com : Thailand