เรื่องเล่าจาก ป.ยุทธ :  ๑๕ ปี รำลึก ปลัดอบต.
ชื่อผู้เขียน : ผู้ดูแลระบบ
วันเวลาที่เขียน :  15 มิ.ย. 55     จำนวนผู้เยี่ยมชม :  3918  คน
ดาวน์โหลด   ไม่มีไฟล์เอกสาร
 
 

สิบห้าปีปลัด อบต. รำลึก

 

โดย ป.ยุทธ

 

ช่วงแรก(ห้าปีแรก)

 

          ต้นเดือนกรกฎาคม ปี 2540 ข้าพเจ้ายังจำได้ดี  จำชนิดว่าไม่มีวันลืม หนุ่มสาวในเครื่องแบบสีกากีมากมายหลายหน้าตา สูง ต่ำ ดำ ขาว ทั้งหล่อ และไม่หล่อ ทั้งสวย และไม่สวย แต่..ทุกคนดูดี เดินกันขวักไขว่  บางกลุ่มยืนสนทนา บางคนเข้าแถวลงทะเบียน แต่สิ่งที่ทุกๆ คนเหมือนกันนั่นคือ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข  ใช่แล้ว...วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศ ปลัด อบต.ใหม่ หลังจากประกาศผลการสอบและรายงานตัวไปแล้ว ห้องประชุมของโรงแรมดังใน กทม. แห่งนี้ดูคับแคบไปถนัดตา 

          ข้าพเจ้ามองหาเพื่อนที่สอบได้ด้วยกันคนหนึ่ง แต่ยังหาไม่เจอ  นี่เฉพาะ ปลัด อบต. ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือนะนี่ปาเข้าไปกว่าสองพันคน 

          หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กรมการปกครอง ผู้อำนวยการกองที่รับผิดชอบได้ฝากหลักการทำงานหลายๆ อย่าง แต่ที่จำได้อย่างขึ้นใจคือ

          เวลาไปอยู่ที่ อบต. แล้วผมเป็นห่วงพวกหนุ่มๆ ระวังอย่าให้มีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้น เพราะมันผิดวินัยร้ายแรง และ

          ถ้าว่างมากนักก็ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ศึกษาหาความรู้  อย่าไปยิงนกตกปลา ใครชอบตกปลาไหนลองเอาตะขอเบ็ดมาเสียบปากตัวเองซิว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหน  ปลามันก็เหมือนกัน

          ข้าพเจ้าจำชื่อท่านไม่ได้ แต่ ณ ปัจจุบันคิดว่าท่านคงเกษียณอายุไปแล้ว จากนั้น มีวิทยากรได้มาให้ความรู้อีกหลายท่าน และที่จำได้มีท่านหนึ่งได้พูดติดตลกว่า

          น้องๆ ปลัด อบต.ผู้หญิงเมื่อลงไปอยู่พื้นที่แล้ว ไม่ต้องไปโกรกผมสีแดงให้เสียตังค์ เพราะท้องถิ่นที่ไปอยู่ส่วนมากยังทุรกันดาร ถนนหนทางก็เป็นลูกรัง เวลาเดินทางไปมาฝุ่นลูกรังจะจับสีผมเป็นสีแดงไปเองอย่างสวยงาม

          วันต่อมาพวกเราได้แยกกันเดินทางไปรายงานตัวที่ศาลากลางจังหวัดของแต่ละคนที่ได้เลือกลง  หลายๆ คนไม่ผิดหวังในการเลือกลงจังหวัดที่ตัวเองต้องการ ข้าพเจ้าก็เช่นกันได้ลงที่จังหวัดบ้านเกิด

          หอประชุมของศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ปลัด อบต. ชาย-หญิง บรรจุใหม่ในเครื่องแบบราวร้อยกว่าคนมารวมตัวกันเพื่อเลือกลงพื้นที่ อบต. และแน่นอนทีเดียวการวิ่งเต้นเริ่มขึ้นอีกแล้ว 

          วันต่อมาเป็นวันปฐมนิเทศปลัด อบต.ใหม่ของจังหวัดก่อนลงพื้นที่ และแน่นอนวันนี้เป็นวันประกาศผลการเลือกลง อบต. ที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ หลายต่อหลายคนรู้สึกผิดหวังกับการเลือกลงพื้นที่ที่ต้องการ แม้ว่าจะสอบได้ลำดับต้นๆ แต่ได้ลงพื้นที่ไกลๆ ส่วนคนที่ได้ลำดับหลังๆ กลับได้ลงพื้นที่ใกล้ๆ ตัวจังหวัดหรืออำเภอ

          สำหรับข้าพเจ้าได้ อบต.ที่ได้เลือกไว้ในลำดับที่ 3 แต่ช่างเถอะไม่เป็นไร ไม่ได้เสียอกเสียใจอะไร มีที่ให้ทำงานมีชาวบ้านให้พัฒนาก็โอเคแล้ว

          วันที่ 15 กรกฎาคม 2540 เป็นวันที่พวกเราต้องจดจำ เพราะวันนี้เป็นวันที่ทุกคนได้รับบรรจุและแต่งตั้งเป็น ปลัด อบต. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ระดับ 3 โดยการบันทึกลงในแฟ้มประวัติ ทุกคนแยกย้ายกันเดินทางไปรายงานตัวต่อนายอำเภอก่อนลงพื้นที่   

 ข้าพเจ้ากับเพื่อนๆ รวมสิบคนพร้อมกันที่ที่ว่าการอำเภอ นายอำเภอกล่าวต้อนรับและให้โอวาทก่อนที่จะเดินทางไปที่ อบต. ของแต่ละคน

          ในที่สุดทุกต้องแยกทางกันบินเดี่ยว แต่ก่อนที่จะแยกกัน  ข้าพเจ้าบอกทุกคนพร้อมกันหน้าที่ว่าการอำเภอแล้วให้ทุกคนยื่นมือมาจับรวมกันอย่างมุ่งมั่น และแล้ว...ทุกคนก็เปล่งเสียงออกมาพร้อมกันว่า

 “สู้” พลางสะบัดแขนขึ้นบนแล้วแยกย้ายกันราวกับว่ากำลังจะลงสนามแข่งขันกีฬา

อบต.หลายแห่งส่งคนมารับปลัด อบต.ของพวกเขา ข้าพเจ้ามีรถกระบะมรดกตกทอดจากพ่อเป็นพาหนะแม้จะเก่าไปนิดก็พอใช้การได้  เสียอย่างเดียวเวลาเหยียบคันเร่งภูมิอากาศ ณ บริเวณนั้นจะมืดมัวไปด้วยหมอกควันชั่วขณะ

 รถถูกขับเคลื่อนไปตามถนนลูกรัง  โชคดีตรงที่เป็นหน้าฝน ฝุ่นจึงไม่ค่อยมาก  ระยะทางถึงที่หมายห่างจากที่ว่าการอำเภอเกือบยี่สิบกิโลเมตร และแล้วรถต้องหยุดชะงักเมื่อถนนข้างหน้ามีน้ำท่วมขังเป็นแอ่ง นี่ไม่ทราบว่าโชคดีที่เป็นหน้าฝนหรือโชคร้ายกันแน่ ข้าพเจ้าติดสินใจสักครู่ก่อนเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำแล้วขับลุย และแล้ว...ล้อรถก็หมุนฟรีไม่ยอมเคลื่อนไปข้างหน้า โอ...ซวยล่ะสิ ในที่สุดก็ต้องถอดรองเท้า ถุงเท้าพันขากางเกงขึ้นไว้ที่เข่าก่อนลงจากรถ มองซ้าย มองขวาเห็นชาวบ้านกำลังดำนาอยู่แถวๆ นั้น

          พี่ครับพี่...ขอความกรุณาช่วยเข็นรถหน่อยครับ

          อาจารย์จะไปไหนหรือครับ ชายที่เดินมาถามคิดว่าข้าพเจ้าเป็นครูเพราะเครื่องแบบเหมือนกัน

          ผมเป็นปลัด อบต. มาใหม่ครับ

          พวกเขาสองคนผัวเมียช่วยเข็นรถให้ขณะที่ข้าพเจ้าเร่งเครื่องพุ่งไปจนพ้นแอ่งน้ำขัง

          ขอบคุณมากๆ เลยครับพี่ ข้าพเจ้าลงจากรถหันมายกมือไหว้

          ครับ  ยังไงก็อย่าลืมหางบประมาณมาซ่อมถนนสายนี้หน่อยนะปลัด

          ครับได้ครับ ที่จริงก็ต้องตอบไปอย่างนั้นไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าจะหางบมายังไงก็

ในเมื่อเรายังไม่ได้เริ่มทำงานเลยนี่นา

          ถึงสำนักงานก็เกือบเที่ยงวัน กว่าจะหาเจอต้องถามแล้วถามอีก  สำนักงานชั้นเดียว หลังคาต่ำๆ หลังเล็กๆ ร้อนก็ร้อน เห็นมีลูกจ้างคนหนึ่งเป็นชายหนุ่มนั่งพิมพ์ดีดป๊อกแป็กๆ  พอรู้ว่าปลัดมาก็รีบออกมาต้อนรับ แล้วเล่าให้ฟังว่า

วันนี้ประชุมสภาเพิ่งเลิก ทุกคนเลยไปกินข้าวบ้านกำนัน  คลัง กับโยธา ก็ไปด้วย ผมกะว่าพิมพ์งานเสร็จจะตามไป

ข้าพเจ้าต้องไปรายงานตัวกับกำนันที่สวมหมวกประธานกรรมการบริหาร อบต.ที่บ้าน

ใต้ถุนบ้านทรงไทยอันโดดเด่นริมทุ่งนาผู้คนราวยี่สิบกว่าคนในเครื่องแบบสีกากีกำลังนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ต่อกันยาวรอบวงดื่มกินกันส่งเสียงดัง คงเพราะฤทธิ์เหล้าขาวที่กำลังดื่มนะแหละ ลูกจ้างพาข้าพเจ้าก้าวเดินเข้าไปทุกสายตาหันมาจ้องมอง

พ่อกำนันครับพ่อกำนันปลัด อบต. พวกเรามาแล้วครับ ทุกคนเงียบไปชั่วครู่ก่อนส่งเสียงอื้ออึงเชิญชวนร่วมวง

สวัสดีครับทุกๆ คน ข้าพเจ้ายกมือไหว้ทักทายสมาชิกสภา อบต. ที่นั่งดื่มกินแล้วหันไปทางกำนันที่นั่งโต๊ะอยู่สาม-สี่คนอีกมุม

หวัดดีครับท่านกำนัน  ข้าพเจ้าหันไปหาชายวัยห้าสิบเศษ

หวัดดีปลัดหวัดดี ทำไมดูมอมแมม  มามะมา  เอ๊า....ถือโอกาสนี้แหละเลี้ยงต้อนรับปลัดซะเลย กำนันผู้บังคับบัญชาในนามประธานกรรมการบริหารชูแก้วพร้อมยิ้มรับอย่างยินดีแล้วพูดต่อ

วันนี้ประชุมสภาเสร็จแล้วพากันมากินข้าวที่บ้านผม ก็ยังงี้ทุกครั้งแหละ อยู่ที่นี่ไม่มีปัญหาอะไร ปลัดสบายใจได้เลย

โยธา กับคลังที่นั่งร่วมโต๊ะหันมายกมือไหว้ข้าพเจ้าในฐานะผู้บังคับบัญชา

ยุคนี้องค์การบริหารส่วนตำบลจะมีสมาชิกสภาที่มาจากการเลือกตั้งหมู่บ้านละสองคนเหมือนปัจจุบัน แต่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นสมาชิกโดยตำแหน่ง รวมแล้วหมู่บ้านละสามคน ฝ่ายบริหารจะมีกำนันเป็นประธานกรรมการบริหารโดยตำแหน่ง แล้วให้เลือกสมาชิกสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่เกิน 4 คนและจากสมาชิกที่เป็นผู้ใหญ่บ้านไม่เกิน 2 คนเป็นกรรมการบริหาร ปลัด อบต.เป็นเลขานุการกรรมการบริหาร

ทั้งสำนักงานมีพนักงานส่วนตำบลที่เป็นข้าราชการมี 3 ตำแหน่ง คือ ปลัด อบต. ระดับ 3 หัวหน้าส่วนการคลัง ระดับ 2  หัวหน้าส่วนโยธา ระดับ 2  (ถูกขนานนามว่า สามทหารเสือ) และลูกจ้างชั่วคราวอีกคน ทั้งสำนักงานก็มีแค่นี้แหละ

วันหนึ่งข้าพเจ้าอยู่สำนักงานคนเดียว คลังเข้าอำเภอกับลูกจ้าง โยธาออกสำรวจพื้นที่ มีผู้รับเหมา (อย่าลืมสระเอเด็ดขาด) มาติดต่อซื้อแบบสอบราคา 

คลังอยู่มั้ยครับ

ครับผมนี่แหละครับ ข้าพเจ้าหมายถึงรักษาการแทนคลังแต่ไม่ได้พูดออกไป ผู้รับเหมาดูแบบแปลนแล้วถามขึ้นอีก

โยธาอยู่มั้ยครับ

ครับผมเองครับ ก็รักษาการอีกนะแหละ ผู้รับเหมาขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ว่าอะไร

แล้วปลัดล่ะ

ก็ผมนี่แหละครับตัวจริงเสียงจริงผู้รับเหมามองมาที่ป้ายชื่อบนหน้าอกเครื่องแบบ

อ๋อ...ผมอยากให้ปลัดบอกภารโรงด้วยว่าวันนี้ลืมชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา

ครับขอบคุณครับภารโรงก็ผมนี่แหละครับ วันนี้ผมเป็นภารโรงยันปลัดครับ พูดจบข้าพเจ้ารีบวิ่งไปที่เสาธงชาติ ถูกต้องแล้วปลัด อบต. ยุคนี้ต้องทำได้ทุกอย่างเป็นผู้ปฏิบัติและผู้บริหารในคนๆเดียวกัน ชนิดไม้จิ้มฟันยันเรือรบ

 

พูดถึงบัตรประจำตัวพนักงานส่วนตำบลยังไม่มีระเบียบออกมาใช้ปฏิบัติต้องทำเป็นหนังสือรับรองติดรูปถ่ายใช้ควบคู่กับบัตรประจำตัวประชาชน

ใหม่ๆ งานไม่มีอะไรมากสิ่งที่ทุกคนต้องศึกษาคือแนวทางปฏิบัติราชการต่างๆ และที่สำคัญออกพบปะพี่น้องประชาชนถามสาระทุกข์สุขดิบพอเป็นพิธี ส่วนมากข้าพเจ้าออกพื้นที่มักจะไปดื่มเหล้ากินต้มไก่กับสมาชิก อบต. ที่เป็นคอนักดื่มด้วยกัน

พวกเราแต่ละคนเริ่มห่างเหินกันไป เดือนละครั้งประชุมอำเภอค่อยเจอกัน และแน่นอนหลังเลิกประชุมก็ต้องรวมหัวกันเข้าร้านเหล้าข้างอำเภอตามระเบียบคนหนุ่ม เรื่องราวต่างๆ ถูกนำมาพูดคุยบ้างนินทากำนันประธานกรรมการบริหาร บ้างคุยเรื่องสาวๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นปัญหาอุปสรรคการทำงาน

เวลาผ่านไปเป็นปี เริ่มมีการ์ดแต่งงานจากเพื่อนๆ มาเชื้อเชิญไปเป็นสักขีพยาน หลายคนพบรักกับสาวครู  สาวอนามัยหรือไม่ก็สาวหัวหน้าส่วนการคลังที่อยู่ด้วยกัน 

บ้างก็สาวแม่ค้า สาวบ้านนาสุดแล้วแต่บุบเพสันนิวาสของแต่ละคนว่างั้นเถอะ

          ส่วนราชการในพื้นที่ก็มีอนามัย กับโรงเรียน ข้าพเจ้าจึงมักจะออกประสานงานพบปะเยี่ยมเยือนกับข้าราชการเหล่านี้  และนี่ก็คือหลักมนุษยสัมพันธ์ที่ต้องทำโดยไม่ต้องมีหนังสือสั่งการใดๆ แต่เพื่อนๆ มักจะพูดแซวเสมอ

          สงสัยไปหาจีบสาวอนามัย สาวครูละมั้ง

          ข้าพเจ้าฟังแล้วตอบในใจไปว่าเอ็งล่ะรู้ทันอยู่เรื่อย แต่คำตอบที่เปล่งเป็นวาจาออกไป

          ไม่ใช่เว้ย... เป็นการประสานงานหน่วยราชการในพื้นที่ เผื่อว่าเราจะได้อาศัยซึ่งกันและกัน

          เงินงบประมาณลง อบต. ก็ไม่ค่อยมาก มิหนำซ้ำช่วงปี 2540 เจอวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ช่วงน้าชาติเป็นนายกรัฐมนตรี

งบ อบต. ปีละสอง- สามล้านบาทขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและพื้นที่  แค่นี้ก็ถือว่ามากแล้ว ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาส่วนมากก็ถนนหนทาง เหลือจากรายจ่ายประจำไปพัฒนานิดหน่อย  การแย่งงบประมาณลงหมู่บ้านตัวเองของสมาชิก อบต. ก็มีเหมือนกัน  เงินมันน้อยแบ่งแยกย่อยกันไป บาง อบต. เอาจำนวนหมู่บ้านหารงบที่มี แต่เมื่องบที่หารกันได้น้อยก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก  เลยซ่อมถนนลูกรัง ถนนดิน พอฝนตกลงมาก็ซะล้างหายไป  ปีต่อมาก็เอามาลงอีก เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เป็นงบเบี้ยหัวแตก

          เวลาผ่านไปพวกเราเลื่อนเป็น ปลัด อบต. ระดับ 4 ระดับ 5 ก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น เงินเดือนดูเหมือนจะน้อยนิดแต่พวกเราก็อยู่กินแบบวิถีชาวบ้าน  ส่วนงานในหน้าที่พวกเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาเท่าที่ทำได้ตามงบประมาณเอื้ออำนวย  มีสิ่งหนึ่งพัฒนาแบบใช้งบประมาณน้อยแต่ได้ผลดี คือพัฒนาด้านความรู้ ด้านจิตใจทุกคน  เยาวชนได้แข่งขันกีฬาภายในตำบลซึ่งไม่เคยมีมาก่อน กลุ่มอาชีพได้รับการอบรมเสริมความรู้ กลุ่มแม่บ้านได้อบรมการทำอาหาร ถนอมอาหาร ทำขนม เย็บปักถักร้อย ด้านการเกษตรได้รับวิทยาการสมัยใหม่เข้ามาใช้ นี่แหละจุดเปลี่ยนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

          ต่อมาข้าพเจ้าขอโอน(ย้าย)จากจังหวัดอุบลราชธานีบ้านเกิดไปอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นด้วยเหตุผลส่วนตัว การโอน(ย้าย)สมัยนั้นจะไปวิ่งที่กรมการปกครอง  ระเบียบการโอน(ย้าย)เป็นอำนาจโดยตรงของ ก.ท. กลาง กรณีข้ามจังหวัด และ ก.ท. จังหวัด กรณีภายในจังหวัด ทำไมต้องเป็น ก.ท. ไม่ใช่ ก.อบต.หรือ ช่วงนั้น ก.อบต.ยังไม่เกิด อบต.ยังสังกัด ก.ท. อยู่

 

ช่วงกลาง(ห้าปีต่อมา)

          ช่วงนี้พวกเราพากันก้าวหน้าเลื่อนระดับ  6  ปลัด อบต. ระดับ 6 ได้รับผลาอานิสงค์ ที่ตัวแทนได้นำเสนอเงินประจำตำแหน่ง 3,500 บาท พวกเราจึงพอลืมตาอ้าปากได้

          พวกเราหลายคนเริ่มมีรถขับใหม่ๆ ไม่ว่าเก๋ง กระบะ แต่สิ่งที่ต้องรับภาระความรับผิดชอบขึ้นคือเริ่มมีบุคลากรในหน่วยงานมากขึ้น ส่วนระเบียบต่างๆ ก็เปลี่ยนไป  ให้ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์

          กรมการปกครองได้แยกกรมออกมาใหม่เป็นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อรับผิดชอบงานท้องถิ่นโดยตรง  คราวนี้แหละนักวิชาการของกรมที่นั่งในห้องแอร์อันเย็นฉ่ำก็เลยมีความคิดกระฉูดได้คิดระบบระเบียบขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะเอาคนท้องถิ่นให้อยู่หมัดให้ได้(ว่าไปนั้น)

          ช่วงนี้ตำแหน่งปลัด อบต. เริ่มขาดแคลนในหลายๆ อบต. กรมในฐานะงานเลขาได้รับมอบให้เปิดสอบคัดเลือกปลัด อบต.โดยรับสมัครจากข้าราชการหรือพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับ 6 ที่มีวุฒิปริญญาตรี รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์เพื่อมาเสริมทัพ อบต.ที่ขาดแคลนปลัด

          ประธานกรรมการบริหาร  กรรมการบริหารเปลี่ยน ชื่อเป็น นายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นสมาชิกสภาโดยตำแหน่งถูกตัดออกไปตามกฎหมายที่วางไว้แค่ 4 ปีแรกเท่านั้น

          แต่ช่วงนี้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยังเลือกทางอ้อม คือเลือกจากสมาชิกสภา อบต. ที่เลือกตั้งเข้ามาหมู่บ้านละ 2 คน  รองนายกก็เช่นกัน  การบริหารงานบุคคลมี

ก.อบต.กลาง และ ก.อบต.จังหวัด เข้ามาตามกฎหมายใหม่

          พวกเราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น จะว่าแก่ขึ้นคงไม่ผิด ดูจากรอยประสบการณ์ที่ปรากฎขึ้นตามหางตาที่เรียกว่าตีนกา บางคนเส้นผมเปลี่ยนสี บางคนเส้นผมหล่นหาย บางคนผอมแห้ง บางคนอ้วนท้วนสมบูรณ์ บางคนล้มหายตายจาก แต่...บางคนยังดูหล่อ(อาจเป็นผู้เขียนก็ได้)  ปลัดผู้หญิงหลายคนแต่งการแต่งงานมีลูกเต้า แต่บางคนยังสงวนคำนำหน้าไว้คงเดิมว่านางสาวอยู่เป็นโสดสบายใจเฉิบ

          ข้าพเจ้าได้โอน(ย้าย)มาลง อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เป็น อบต.เล็กๆ ประชากรราวสามพันคน งบประมาณไม่มากนัก แต่อาจเป็นเพราะว่าจำนวนหมู่บ้านน้อย บุคลากรน้อยจึงมีค่าใช้จ่ายน้อย ทำให้งบประมาณเหลือไปพัฒนาอย่างเต็มที่ จำได้ว่าแต่ละหมู่บ้านหารเฉลี่ยกันแล้วมีงบพัฒนาตกหมู่บ้านละเกือบล้าน ระยะเวลาผ่านไปสอง-สามปีถนนคอนกรีตเต็มพื้นที่หมู่บ้านเกือบหมด  

          ข้าพเจ้าได้ข่าวคราวจากพวกเราบางคนล้มหายตายจากไปด้วยอุบัติเหตุ บางคนโดนวินัยร้ายแรงกระเด็นออกไปจากระบบราชการ ระเบียบกฎเกณฑ์เริ่มเข้มข้น มี ปปช.เข้ามาร่วมวง ใครที่มีความโลภ ความอยาก ความไม่รู้จักพอ เรียกรับเงินทองจากผู้รับเหมาจะโดนเงินถ่ายเอกสาร  ส่วนที่ถูกกลั่นแกล้งจริงๆ อาจมีบ้าง

          ข้าพเจ้าเคยสัมผัสกับผู้รับเหมา ได้เคยพูดคุยดื่มกิน จึงพอรู้นิสัยว่าพวกเขาส่วนมากไม่อยากมีเรื่องมีราวกับข้าราชการ  พวกเขาเป็นพ่อค้าทำงานก็อยากได้กำไรเป็นธรรมดา ถ้าขอกันไม่มากจนเกินไปนักพวกเขารับได้ แต่ถ้าถูกบีบเอาเปอร์เซ็นต์มากๆ เขาก็รับไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่บนความพึงพอใจ

          ภารกิจหน้าที่การงานมากขึ้น แล้วภาระครอบครัวของแต่ละคนก็มากขึ้นเฉกเช่นเงาตามตัว ลูกๆ ลืมตามาดูโลกนี้คือสิ่งที่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูและให้การศึกษา ไม่เหมือนช่วงแรกๆ ที่เป็นโสด หลายต่อหลายคนต้องแบ่งเวลาส่งลูกไปโรงเรียนในตอนเช้า ตอนเย็นเลิกเรียนไปรับ มีการคอรัปชั่นเวลาราชการเกิดขึ้น โอ...อย่าว่ากันเลยนะนิดหน่อยเอง

         

ช่วงปลาย (ห้าปีหลัง)

ช่วงนี้เป็นยุคที่ผู้บริหารท้องถิ่น หรือนายก อบต.ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรง จากประชาชน รองนายกฯ มาจากการแต่งตั้ง การหาเสียงเข้มข้น กกต.ใช้ระบบใบเหลือง ใบแดงเหมือนกีฬาฟุตบอล

ปลัด อบต. ณ เวลานี้จะมีตำแหน่งนักบริหารงาน อบต. ระดับ 7 ซะส่วนมาก  เป็นผู้บริหารเต็มตัวแล้วไม่ต้องเป็นผู้ปฏิบัติเหมือนสมัยสามทหารเสือ บาง อบต.มีรองปลัดมาช่วยงานอีก  แต่ละวันนะเหรอ นั่งเล่นโน๊ตบุ๊ค เฟชบุ๊ค รอเซ็นแฟ้ม นี่แหละผู้บริหารตัวจริงคือไม่ต้องทำอะไรด้วยตัวเอง ต้องใช้ระบบสั่งการตามหลักการบริหาร เพราะมีบุคลากรมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น นิติกร บุคลากร วิเคราะห์ พัฒนาชุมชน นักวิชาการศึกษา  นักวิชาการเกษตร  ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย การเงินและบัญชี ธุรการ อะไรประมาณนี้  แต่...แปลกตรงที่ว่าเมื่อมีภารกิจมากขึ้นบุคลากรมากขึ้นก็โอเคอยู่หรอก แต่งบประมาณทำไมไม่มากขึ้นตามสัดส่วนที่สมดุล สังเกตได้จากงบประมาณแต่ละแห่งไม่ค่อยจะมีเหลือพัฒนา รายจ่ายประจำเอาไปกินซะหมด  และถ้า อบต.ไหนรับพนักงานส่วนตำบลเต็มพิกัดล่ะก็แทบไม่มีงบลงหมู่บ้านเลย

ปัญหาเกิดขึ้นมากมายตามมา เมื่อมีปัญหา ก็ต้องมีการแก้ แก้เองไม่ได้ ก็มีผู้รับอาสามาแก้ให้ สมาคม สมาพันธ์ ชมรม สันนิบาติ โอ๊ย...มากมายหลากหลายผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ด บางแห่งแอบแฝงหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง บางแห่งก็ทำเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันจริง ตรงนี้ต้องดูให้ดีๆ ละกันว่าแห่งไหนจริงใจ

เมื่อได้ระดับ 7 แล้วก็ต้องมี ระดับ 8 เป็นธรรมดา มีที่ไหนทำงานไม่ให้ก้าวหน้า แม้นว่าตำแหน่งจะอยู่แค่ ปลัด อบต. ไม่ได้เลื่อนเป็นนายอำเภอ เป็นผู้ว่า เหมือนปลัดอำเภอก็ให้ได้เลื่อนระดับขึ้นไปหน่อยสิขอรับท่าน  พรรคพวก ตัวแทน เอ๊าวิ่งหน่อย  แน่นอนครับ วิ่งผลัดสี่คูณร้อยจึงเริ่มสตาร์ท และก็เข้าสู่เส้นชัยจริงๆ

อ่านบทความนี้เพิ่มเติม คลิกที่นี่

 

 
 



 


ข่าวสารบ้านเมือง : Bangkok Post | กรุงเทพธุรกิจ | ข่าวสด | คม ชัด ลึก | ฐานเศรษฐกิจ | เดลินิวส์ | ไทยรัฐ | แนวหน้า | บ้านเมือง | ประชาชาติธุรกิจ | ผู้จัดการ
มติชน | สยามธุรกิจ | สยามรัฐ | อ.ส.ม.ท | ไทยโพสต์ | ไทยนิวส์ | เชียงใหม่นิวส์ | สถานีโทรทัศน์ AStv สถานีโทรทัศน์ Nation | รับชมทีวีจากเว็บผ่านทรู
รวมเว็บบอร์ด : กรมส่งเสริมฯท้องถิ่น | สายตรงสนง.ท้องถิ่น ชม. | ชมรมนิติกรอปท. ชมรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯชมรมนักวิชาการศึกษา ชมรมช่างโยธาไทย
ชมรมจนท.จัดเก็บรายได้ ชมรมนักพัฒนาชุมชน | ชมรมเจ้าหน้าที่ธุรการ ชมรมเจ้าหน้าที่พัสดุ
..   ..  ..  ..
..
Copyright © 2009 All Rights Reserved. by www.thailocalgov.com : Thailand