ชวนคุยเรื่องท้องถิ่น :  การเบิกจ่ายตรง: ที่สุดคนท้องถิ่นจะเอาอย่างไร ?
ชื่อผู้เขียน : ผู้ดูแลระบบ
วันเวลาที่เขียน :  07 มิ.ย. 56     จำนวนผู้เยี่ยมชม :  9358  คน
ดาวน์โหลด   ไม่มีไฟล์เอกสาร
 
 

การเบิกจ่ายตรง: ที่สุดคนท้องถิ่นจะเอาอย่างไร ?

-------------------------

          สวัสดีครับทุกท่านที่สนใจข่าวสารคนท้องถิ่น  ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคนใหม่ “นายวัลลภ พริ้งพงษ์” รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มารับตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแทน นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อธิบดีกรมส่งเสริมฯ คนใหม่จะเข้าอกเข้าใจคนท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น และเข้ามาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ดำรงอยู่ให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว

ช่วงนี้ฝนตกไปทั่วทุกภูมิภาค ไม่มั่นใจว่าครอบคลุมทั่วทุกจังหวัด/อำเภอ/ตำบล/หมู่บ้านหรือไม่ แต่เข้าใจว่าส่วนใหญ่ของพื้นที่ประเทศฝนตกเย็นฉ่ำไปตาม ๆ กัน หากหลาย ๆ ท่านสังเกตจะมีความรู้สึกเหมือนผมก็คือ ฤดูกาลของไทยจะเนิ่นช้าออกไปจากปกติที่ผ่านมาประมาณหนึ่งเดือน เริ่มจากฤดูหนาว ปกติจะหนาวมาก ๆ ในเดือนธันวาคม ปีนี้มาหนาวจริง ๆ เดือนมกราคม และจะสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้มาสิ้นสุดเดือนมีนาคม และทำให้ฤดูร้อนมาร้อนสุด ๆ เดือนพฤษภาคม แทนที่จะเป็นเดือนเมษายนดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา และเป็นผลทำให้ฝนเริ่มตกในเดือนมิถุนายน แทนที่จะเป็นเดือนพฤษภาคม เป็นต้น ฉะนั้น คนท้องถิ่นต้องตามให้ทันเพื่อแจ้งข้อสังเกตต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของพวกเราเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ปรับปฏิทินในการทำนาหรือทำเกษตรกรรมอื่น ๆ ให้เหมาะสมกับฤดูกาลที่แปรเปลี่ยนไปครับ

          วันนี้ มีเรื่องไม่เข้าใจจะนำมาเล่าสู่กันฟังครับ นั่นคือ การเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลของผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และครอบครัว ตามสิทธิเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนที่ สมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่นแห่งประเทศไทย และสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย เป็นแกนนำในการเรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนเพื่อให้คนท้องถิ่นเบิกจ่ายตรงเช่นเดียวกับข้าราชการประเภทอื่นมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ จนมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน ภายใต้การนำของ ฯพณฯ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มองปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ จึงได้สั่งการให้ รมว.สาธารณสุข รับเข้ามาดูแลเรื่องนี้ จนกระทั่งได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวม ๑๓ หน่วยงานเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ โดยมี ฯพณฯ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานสักขีพยานขึ้น ต่อมาคณะอนุกรรมการด้านการเงินการคลังในคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ ได้ประชุมเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๖ เห็นชอบให้สำนักงบประมาณจัดสรรเงินก้อนแรกจำนวน ๓,๕๐๐ ล้านบาท + เงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการถ่ายโอนอีก ๕๖๑ ล้านบาท เป็นเงินประเดิมก้อนแรกที่จะใช้ในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ จำนวน ๔,๐๖๑ ล้านบาท โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เป็นแม่งานออกหน้ารับ เข้ามาสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนด้วยการเป็นหน่วยงานบริหารจัดการ โดยอาศัยฐานอำนาจแห่งกฎหมายของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งกองทุนขึ้น

          ปัจจุบัน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้แจ้งเวียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเพื่อแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาล ได้แจ้งรายชื่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งละ ๒ คน เพื่อแต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียนสำหรับการบันทึกข้อมูลและแก้ไขทะเบียนประวัติผู้มีสิทธิเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล อันจะนำไปสู่การเบิกจ่ายตรงให้ทันภายในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยมีกำหนดการดังนี้

          จากตารางข้างต้น จะเห็นว่าเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องดำเนินการบันทึกข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งผมในฐานะแกนนำคนหนึ่งในการผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น พร้อม ๆ กับคณะทำงานของสปสช.คาดการณ์ว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจะตื่นตัวกันอย่างมาก และคาดว่าไม่น่าเกินวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๖ ทุกอปท.น่าจะบันทึกข้อมูลเสร็จสิ้นก่อนกำหนด เพราะเป็นความต้องการของคนท้องถิ่นที่ร่วมกันต่อสู้ผลักดันดิ้นรนกันมานานแสนนานกว่าที่ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองจะลงมาดูแลช่วยเหลืออย่างจริงจังในปีนี้

(ดาวน์โหลดหนังสือขอความร่วมมือจากกรมส่งเสริมฯ คลิกที่นี่ )

          แต่ผิดคาดครับ ผมเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเมื่อวานนี้ (๖ มิถุนายน ๒๕๕๖) ตั้งแต่เช้าตรู่ว่า ขอให้ช่วยกระตุ้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รีบส่งรายชื่อ นายทะเบียนท้องถิ่นมายังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหน่อยเถอะ ผมจึงถามว่า ทำไมล่ะ เขาแจ้งว่า ปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งรายชื่อมายัง สปสช.ไม่ถึงร้อยละ ๑๐ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า ๗,๐๐๐ แห่ง ผมรู้สึกตกใจครับ ว่าเอ...? ทำไมพวกเราจึงเป็นเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ตามผมก็พูดให้ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ให้เบาใจว่า “ทำงานกับคนท้องถิ่นต้องทำใจครับ...นี่คือวัฒนธรรมของคนท้องถิ่น ซึ่งมีอิสระไม่ได้ขึ้นตรงกับหน่วยงานใดเหมือนราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาค ฉะนั้น จึงไม่อาจมีใครไปบังคับคนท้องถิ่นได้ นอกจากคนท้องถิ่นจะลงมือทำเอง” ผมจึงรับอาสาจะมาแจ้งข่าวขยายความและขอร้องคนท้องถิ่นด้วยกันเอง โดยเฉพาะท่าน ๆ พี่ ๆ ปลัดอบจ. ท่าน ๆ พี่ ๆ เพื่อน ๆ ปลัดเทศบาล ปลัดอบต.ทั้งหลายครับ ขอร้องละครับท่านช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องนี้หน่อย ช่วยเอาใจใส่เรื่องนี้หน่อยครับ เห็นใจเด็ก ๆ น้อง ๆ ที่เขาไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจจะไปสั่งบุคลากร หรือหัวหน้าสำนักงานปลัดฯ ของท่านให้ดำเนินการเรื่องนี้ แต่น้อง ๆ ตำแหน่งอื่น ๆ เขาเดือดร้อนครับ ท่าน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ ปลัดฯทั้งหลายอาจไม่ได้เดือดร้อนมากนัก เพราะตอนนี้มีเงินประจำตำแหน่งเกินหมื่นกันถ้วนหน้าอาจไม่วิตกกังวลกับเรื่องค่ารักษาพยาบาลอีกแล้ว แต่น้อง ๆ เขาเดือดร้อนครับ เขาต้องการให้เบิกจ่ายตรงครับ แต่ไม่มีปากมีเสียงเหมือนกับท่าน ๆ ปลัดฯทั้งหลายครับ ช่วยกันหน่อยเถอะครับท่าน มันไม่ได้เกินขีดความสามารถของท่าน ๆ ปลัดฯทั้งหลายอย่างแน่นอน เห็นใจคนที่เขาเป็นแกนนำในการเรียกร้องต่อสู้เรื่องนี้ กว่าจะให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเห็นความสำคัญและมีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันในวันนี้ได้นั้น “มันไม่ง่าย” เลยนะครับ เหนื่อยและเจ็บตัวไปตาม ๆ กันครับ

          ผมขอเรียกร้องให้ ท่านปลัดเทศบาล/ปลัดอบต.ที่เป็นกรรมการ ของสมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่นแห่งประเทศไทย สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย สมาพันธ์ปลัดเทศบาลแห่งประเทศไทย ในแต่ละจังหวัดได้ตรวจสอบประสานกับเพื่อนๆ ในจังหวัดของท่านเพื่อสอบถามเร่งรัดให้ อบต./เทศบาลในจังหวัดของท่านดำเนินการเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนด้วยครับ หากเรื่องนี้ดำเนินการไม่ทันตามกำหนดก็อย่ามาว่ากันนะครับ เพราะคนท้องถิ่นด้วยกันแท้ ๆ กลับจะมาล่มเพราะตัวพวกเราเอง

          การบันทึกข้อมูลผู้มีสิทธิเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเท่านั้นนะครับที่ค้างอยู่ ซึ่ง สปสช.ต้องทำควบคู่ไปกับการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งกองทุนฯ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ผ่านคณะรัฐมนตรีนะครับ ทราบว่ายังอยู่ที่คณะกลั่นกรองเรื่องเข้าสู่คณะรัฐมนตรีที่มี ท่านรองฯพงษ์เทพ เทพกาญจนา เป็นประธาน เมื่อคณะรัฐมนตรีรับทราบในวาระแรกแล้ว สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะต้องส่งร่างนี้ไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตรวจสอบ ขั้นตอนนี้จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญเช่นกัน เพราะหากร่างพระราชกฤษฎีกาไม่ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกายุ่งแน่นอนครับ ฉะนั้น เรื่องง่าย ๆ ในการบันทึกข้อมูลที่พวกเราสามารถช่วยกันทำได้ง่าย ๆ พวกเรายังไม่ค่อยให้ความสนใจกันเลย แล้วหากเกิดปัญหาสะดุดขึ้นมาในบั้นปลายถามว่า “แกนนำคนไหนอยากจะแบกหน้าไปทำงานให้พวกท่าน ๆ อีกละครับ” ยังมีเรื่องสำคัญๆ ใหญ่ ๆ อีกหลายเรื่องที่ยังคงต้องใช้ความสามัคคีของพวกเราผลักดัน โดยเฉพาะ การตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.... ที่รอกันมากว่า ๕ ปีแล้ว เรื่องนี้ยิ่งต้องใช้พลังผลักดันสูง ถามว่า หากเรื่องนี้ล้มเพราะคนท้องถิ่นเอง แกนนำคนไหนจะกล้าแบกรับภาระนี้ต่อได้ครับ

          ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น จะเรียกว่า “บ่น” ก็ใช่ครับ จะเรียกว่า “ขอร้อง” ก็ใช่ครับ จะเรียกว่า “ด่ากันเอง” ก็สุดแท้แต่จะคิดครับ หรือจะเรียกว่า “สาวไส้ให้กากิน” ก็มันจำเป็นครับ ไม่เช่นกันการเรียกร้องต่อสู้ที่ผ่านมาก็สูญเปล่าครับ ต่อไปคงไม่มีใครกล้าจะมาทำเรื่องเหล่านี้ให้พวกเรา หากพวกเรายังเป็นเช่นนี้ ขอถามว่า “คนท้องถิ่นจะเอาอย่างไรกันแน่” ครับ

          อย่างไรก็ตาม สปสช.แม้เขาจะกังวลใจกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก จึงได้มีการขอร้องไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้ช่วยออกหนังสือด่วนที่สุดอีกหนึ่งฉบับเพื่อตามเรื่องดังกล่าว คาดว่าน่าจะออกภายในไม่กี่วันนี้ ส่วนการบันทึกข้อมูลนั้น ครั้งแรก นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสปสช. ได้เคยพูดกับผมว่า สปสช.จะไม่จัดอบรมให้อปท.เนื่องจาก หนึ่งไม่มีงบประมาณ สองการบันทึกไม่สลับซับซ้อนอะไร ซึ่งขณะนั้น (เดือนเมษายน) ผมคิดอยู่ในใจว่า ท่านเลขาธิการสปสช.อาจยังไม่รู้จักวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นเพียงพอจึงได้พูดเช่นนั้น ดังนั้น เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผมจึงได้พูดคุยกับ คุณหมอพีระมน นิงสานนท์ ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ว่า ต้องการให้ สปสช.จัดอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของอปท.ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียนท้องถิ่น เพราะกังวลเกี่ยวกับการบันทึกข้อมูลจะไม่คืบหน้า ซึ่งคุณหมอพีระมนฯ ได้รับอาสานำเสนอเลขาธิการสปสช.อีกครั้ง และล่าสุดคุณหมอพีระมนฯท่านได้ย้ายมาประจำอยู่สำนักงานสปสช.เขต ๑ เชียงใหม่ ท่านได้แจ้งให้ทราบว่า สปสช.เห็นชอบกับข้อเสนอของผมและได้อนุมัติงบประมาณให้ สปสช.แต่ละเขต ๆ ละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อจัดประชุม/อบรมให้กับเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในเดือนมิถุนายนนี้

          ครับ ผมจึงหวังเป็นอย่างว่า วันนี้และไม่เกินวันจันทร์นี้ ทุกอปท.จะจัดส่งรายชื่อนายทะเบียนท้องถิ่นไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ขอให้ส่งโดยตรงหนึ่งฉบับ ส่งไปยังจังหวัดอีกหนึ่งฉบับ) ครบทุกแห่ง เพื่อเป็นสัญญาณให้ สปสช.ทราบว่า พวกเราคนท้องถิ่นเห็นพ้องตรงกันในการขับเคลื่อนให้เกิดสิทธิ “เบิกจ่ายตรง” ภายใต้การบริหารจัดการของ สปสช.

 

ด้วยความเคารพ
พิพัฒน์  วรสิทธิดำรง
กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น
๗ มิถุนายน ๒๕๕๖

ดาวน์โหลดบทความข้างต้น  คลิกที่นี่

 

 

 
ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  1
วันเวลาที่เขียน :  11 มิ.ย. 56 07:17:42 น.
 

สมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่นแห่งประเทศไทย และสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย  ช่วยเหลือคน อปท.ตลอด

แล้ว  สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย  สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย สมาพันธ์ปลัดเทศบาล และสมาพันธ์ปลัด อบต.

ไปอยู่ไหน ทำไมไม่ทำให้คนของท้องถิ่นบ้าง 

ป.เชื้้อน้องรัก พี่ชายคนนี้เป็นห่วงมากๆๆๆๆ  ไม่มีผลงานหรือไรทำไม่เงียบ จังหู  ทำอะไรที่เป็นประโยชน์บอกคนท้องถิ่นเขาบ้างนะ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  2
วันเวลาที่เขียน :  07 มิ.ย. 56 14:21:55 น.
 

เรียน  คุณ Poyut

ข้อเท็จจริง หนังสือกรมฯ ออกตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม หากคนท้องถิ่นตื่นตัวกันจริง ก็ไม่ควรตั้งหน้าตั้งตารอรับหนังสืออยู่ที่อปท. แต่ท่านสามารถดาวน์โหลดหนังสือกรมฯ บันทึกข้อความเสนอผู้บังคับบัญชาได้ทันที ไม่ต้องรอหนังสือจากจังหวัดและอำเภอครับ / อย่างเช่น มติ ก.จังหวัด กรณีโบนัส หนังสือยังไม่ลงเว็บเลย ส่วนใหญ่ก็เบิกกันแล้ว เพียงรู้ข่าวว่า ก.จังหวัดมีมติ ก็เบิกกันทันที ก็ควรทำเช่นนั้นกรณีนี้ด้วย

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  3
วันเวลาที่เขียน :  07 มิ.ย. 56 07:51:26 น.
 

หนังสือล้าช้ามากบางแห่งไม่รู้เรื่อง เรื่องอย่างนี้ทุกคนตื่นตัวอยู่แล้ว

 


กระดานสนทนา แสดงความคิดเห็น
 
เข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น  
ชื่อผู้ใช้ : 
รหัสผ่าน : 
รหัสตรวจสอบ :    ตัวเล็ก ตัวใหญ่ มีผลต่างกัน
พิมพ์รหัสตรวจสอบ : 
   
 

 

ข่าวสารบ้านเมือง : Bangkok Post | กรุงเทพธุรกิจ | ข่าวสด | คม ชัด ลึก | ฐานเศรษฐกิจ | เดลินิวส์ | ไทยรัฐ | แนวหน้า | บ้านเมือง | ประชาชาติธุรกิจ | ผู้จัดการ
มติชน | สยามธุรกิจ | สยามรัฐ | อ.ส.ม.ท | ไทยโพสต์ | ไทยนิวส์ | เชียงใหม่นิวส์ | สถานีโทรทัศน์ AStv สถานีโทรทัศน์ Nation | รับชมทีวีจากเว็บผ่านทรู
รวมเว็บบอร์ด : กรมส่งเสริมฯท้องถิ่น | สายตรงสนง.ท้องถิ่น ชม. | ชมรมนิติกรอปท. ชมรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯชมรมนักวิชาการศึกษา ชมรมช่างโยธาไทย
ชมรมจนท.จัดเก็บรายได้ ชมรมนักพัฒนาชุมชน | ชมรมเจ้าหน้าที่ธุรการ ชมรมเจ้าหน้าที่พัสดุ
..   ..  ..  ..
..
Copyright © 2009 All Rights Reserved. by www.thailocalgov.com : Thailand