ชวนคุยเรื่องท้องถิ่น :  "กองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและกองทุนเงินเดือนข้าราชการส่วนท้องถิ่น"
ชื่อผู้เขียน : ผู้ดูแลระบบ
วันเวลาที่เขียน :  26 มิ.ย. 53     จำนวนผู้เยี่ยมชม :  6721  คน
ดาวน์โหลด   ไม่มีไฟล์เอกสาร
 
 

"กองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและกองทุนเงินเดือนข้าราชการส่วนท้องถิ่น"

          สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน ....วันนี้ จำเป็นต้องเขียนและนำเสนอในคืนวันเสาร์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๓ ครับ เนื่องจากพรุ่งนี้และวันจันทร์ผมเดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพมหานครครับ เพื่อประสานงานเกี่ยวกับการจัดโครงการประชุมสัมมนาเครือข่าย ก.จังหวัด ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๘ - ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ณ โรงแรมบางกอกพาเลส กรุงเทพฯ สาเหตุที่จำเป็นต้องเดินทางไปเพราะต้องประสานสถานที่จัดประชุมสัมมนา พร้อมกับเรียนเชิญวิทยากรอย่างเป็นทางการอีกครั้งครับ โครงการนี้ หลักการและเหตุผลได้ชี้แจงบ้างแล้ว และรายละเอียดต่าง ๆ ปรากฎตามเอกสารประชาสัมพันธ์หน้าเว็บไซต์กลุ่มเพื่อนฯอยู่แล้วครับ งานนี้ จัดขึ้นเพื่อประสานความร่วมมือระหว่าง ก.จังหวัด ทั้ง ก.จ.จ. / ก.ท.จ. และ ก.อบต.จังหวัด โดยมีเป้าประสงค์เพื่อประโยชน์ในการกำหนดทิศทางความก้าวหน้า และแก้ไขปัญหาด้านบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของพวกเราให้มีมาตรฐานและไม่ด้อยกว่าข้าราชการประเภทอื่นในอนาคตครับ มิใช่เพื่อตัว ของผู้ดำรงตำแหน่ง ก.จังหวัดเอง แต่ ก.จังหวัดเหล่านี้ เป็นผู้เสียสละมากกว่าที่จะทำอะไรเพื่อตนเองครับ แต่ต้องการทำเพื่อให้ระบบการบริหารงานบุคคลของพวกเรามีมาตรฐาน มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในอนาคตครับ.....

          วันนี้ ต้องการมาเน้นย้ำเรื่องปัญหาอุปสรรคในการเบิกค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น อีกสักครั้ง เนื่องจากยังมีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคนยังไม่เข้าใจว่า พวกเรามีปัญหาในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเรื่องนี้ เป็นปัญหาหมักหมมมาช้านานแล้ว ยังไม่มีหน่วยงานใดที่ตั้งใจและจริงใจที่จะเข้ามาแก้ไขให้เรียบร้อย ดังที่ ท่านวสันต์ วรรณวโรทร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้นำแนวคิดเรื่องระบบกงสีมาใช้กับการเบิกค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล และผมได้หยิบยกเรื่องนี้มาสะท้อนให้พวกเราได้รับทราบกันก็หลายครั้ง แต่ก็เป็นเพียงลมที่พัดมาแล้วก็พัดไป อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคนแล้วคนเล่า เปลี่ยนไปก็เปลี่ยนมา ยังไม่มีอธิบดีท่านใดที่จะอยู่แก้ไขปัญหานี้ให้สำเร็จลุล่วงไป พอเริ่มจะรับรู้ถึงที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าว ก็โยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อื่น จึงทำให้ไม่มีการสานต่อให้สำเร็จเสียที เช่นเดียวกันกับ ท่านอธิบดีคนปัจจุบัน "ไพรัตน์ สกลพันธุ์" ที่ใกล้เกียณอายุราชการแล้ว ยังได้กล่าวกับผู้แทนปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้ยื่นหนังสือร้องขอให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ณ สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ในขณะเดินทางมาให้โอกาสในพิธีปิดหลักสูตรการฝึกอบรมว่า "ท้องถิ่นมีปัญหาค่ารักษาพยาบาลด้วยหรือ" เมื่อผู้แทนปลัดอปท.ได้กล่าวชี้แจงแล้ว ท่านก็รับปากว่าจะนำเรื่องนี้ไปพิจารณา แต่เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้เข้าประชุมสัมมนามาตรฐานการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น ที่โรงแรมเวียงทอง จังหวัดลำปาง ซึ่งกรมส่งเสริมฯเป็นผู้จัดขึ้นแก่ผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่นใน ก.จังหวัด ได้พูดคุยกับผู้อำนวยการส่วนสวัสดิการข้าราชการส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงได้เอ่ยถามเรื่องนี้ว่า หนังสือที่ยื่นไปนั้นมาถึงส่วนสวัสดิการฯหรือยัง ท่านตอบว่า ยังไม่เคยเห็นหนังสือฉบับดังกล่าว และไม่ทราบเรื่องนี้ ดังนั้น ก็ขอถือโอกาสนี้สอบถามยังไปยังผู้ทีเดินทางมากับท่านอธิบดีกรมส่งเสริมฯในวันดังกล่าวว่า หนังสือฉบับนั้นอยู่ที่หน่วยงานใดครับ เพื่อจะได้ติดตามความคืบหน้าต่อไป ที่นำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งก็เพื่อให้พวกเราได้เห็นภาพว่า เรื่องดังกล่าวนี้ มันเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพวกเราจริง ๆ แต่คนที่ทำเรื่องนี้นั้น เขาไม่ได้เดือดร้อนกับพวกเราด้วย เพราะท่านเป็นข้าราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคท่านก็เบิกจ่ายตรงได้ แต่พวกเราที่เดือดร้อนไม่ได้มีโอกาสได้ไปทำเรื่องดังกล่าว นอกจากยื่นหนังสือและเรียกร้องผ่านเวทีต่าง ๆ เท่านั้น

ผู้แทนปลัดอปท.ยื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
เพื่อร้องขอให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล และกองทุนเงินเดือนข้าราชการส่วนท้องถิ่น
วสันต์ วรรณวโรทร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

           มีคำถามว่า แล้วจะเบิกจ่ายตรงอย่างไร ผมยังเชื่อมั่นในแนวทางของ "วสันต์ วรรณวโรทร" รองอธิบดีกรมส่งเสริมฯที่กล่าวในช่วงที่มาพบปะนักศึกษาหลักสูตรนักบริหารงาน อปท.รุ่นที่ ๓๘ ว่า "ผมมีแนวทางอยู่ในใจอยู่แล้ว ไม่ต้องมีการออกกฎหมายใหม่ ไม่ต้องแก้ไขระเบียบอะไรมาก ขอให้มีการเสนอเรื่องขึ้นมา เพราะหากกรมฯ หยิบขึ้นมาทำเอง ก็จะมีข้อครหาว่า กรมฯต้องการดึงอำนาจกลับ" ดังนั้น การที่สมาพันธ์ข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทยได้เสนอตัวรวบรวมรายชื่อเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อยื่นแสดงเจตจำนงค์ต่อผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่า พวกเราต้องการให้มีการดำเนินการให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเบิกจ่ายตรงในลักษณะเหมือนหรือคล้ายคลึงกันกับการเบิกจ่ายตรงของ ข้าราชการพลเรือน มีคนถามว่า แล้วจะทำอย่างไร คำตอบนี้ได้ ผอ.สมศักดิ์ฯ ผอ.ส่วนสวัสดิการฯ กรมส่งเสริมฯ ได้ชี้แจงกับผมว่า มีอยู่ ๒ แนวทางคือ แนวทางที่หนึ่งให้ อปท.ส่งเงินสมทบ เช่นเดียวกันกับ กองทุน กบท. ซึ่งแนวทางนี้ ผอ.สมศักดิ์ฯ บอกว่า อาจทำได้ยากเนื่องจากท้องถิ่นบางแห่งที่ไม่ได้เดือดร้อนอาจไม่ยอมส่งหรือมีการส่งล่าช้า แนวทางที่สองคือ ให้ตัดเงินจาก คณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ ก่อนส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งแนวทางที่สองนี้ค่อนข้างทำได้ง่าย และเชื่อว่ามีความเป็นได้สูง และความเห็นส่วนตัวผมก็ว่า น่าจะเป็นแนวทางที่สองมากกว่า หากคิดแบบง่าย ๆ ไม่ต้องมองหลายชั้น ก็นำแนวทางเดียวกันกับที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมให้กับพนักงานจ้าง ในอัตราร้อยละ ๑๐ หากไม่คิดอะไรมากมายปีแรกก็น่าจะตัดเข้ากองทุนในอัตราฐานเงินเดือนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นและลูกจ้างประจำในอัตรานี้เช่นเดียวกัน แม้ว่า พนักงานจ้างจะเบิกจ่ายได้เฉพาะตัวก็ตาม แต่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องเบิกจ่ายทั้งครอบครัว แต่ก็เชื่อว่า จะสามารถอยู่ได้ เพราะมิใช่ทุกคนจะป่วยพร้อมกัน แต่เราต้องเห็นใจคนที่ต้องเบิกจ่ายเงินจำนวนมาก ๆ และอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก มีเงินไม่มาก บางคนที่ได้รับผลกระทบถึงกับพูดว่า "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ได้รับการบริการด้านรักษาพยาลยิ่งกว่า บัตรทอง ๓๐ บาทรักษาทุกโรคด้วยซ้ำ ยิ่งสู้พนักงานจ้างไม่ได้ที่มีห้องพิเศษโดยเฉพาะสำหรับคนทำประกันสังคม และสามารถเลือกโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนได้ แต่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นกลับเลือกไม่ได้ แต่บางครั้งได้รับการบริการจากโรงพยาบาลยิ่งกว่าคนไข้อนาถาด้วยซ้ำไป"

          อีกปัญหาหนึ่งคือ เงินเดือนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมต้องดิ้นรนให้เบิกจ่ายจากส่วนกลางด้วย เบิกที่ท้องถิ่นก็ดีอยู่แล้ว เบิกง่ายจะตายไป นั่นคือ คำพูดของข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ไม่คิดว่าตนเองจะเดือดร้อนอะไร เพราะอยู่ในองค์กรที่ค่อนข้างมั่นคงอยู่แล้ว แต่หากมองให้กว้าง มองให้ลึก ๆ แล้ว จะเห็นว่า หากเราไม่คิดวางระบบเรื่องหลักประกันเรื่องเงินเดือนค่าตอบแทนของพวกเราไว้ อนาคตอันใกล้นี้ เกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน และเชื่อว่าปัจจุบันนี้ก็เกิดปัญหาด้านนี้ขึ้นหลายแห่ง หากเราลองมองย้อนไปว่า เมื่อ ๖ - ๗ ปีก่อน ข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีเพียง ๓ - ๔ คน ไม่ค่อยเกิดปัญหาอะไร ต่อมามีข้าราชการส่วนท้องถิ่นบรรจุเพิ่มขึ้น ก็กระทบเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ที่ว่าเล็กน้อยเพราะข้าราชการบรรจุใหม่ เงินเดือนสูงสุดก็ประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าบาท แม้จะมีการเพิ่มเงินค่าครองชีพให้ก็จะได้อยู่ประมาณ ๘,๕๐๐ บาทสูงสุด แต่ปัจจุบันจะเริ่มมองเห็นปัญหาบ้างแล้วว่า เงินเดือน ค่าตอบแทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นเริ่มขยับขึ้นหลักหมื่น หลายคนก็หลายหมื่น หากมีสิบคน ๆ ละ หนึ่งหมื่น เดือนหนึ่งก็หนึ่งแสนบาท ปีหนึ่ง ๆ ก็ล้านกว่าบาท อาจยังมองไม่เห็นเป็นปัญหาอะไร แต่เรามองไปข้างหน้าสัก ๕ ปี หรือสิบปีข้างหน้า ถามว่า เงินเดือนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นเหล่าจะอยู่ตรงจุดไหน แน่นอนต้องเลยหลักสองหมื่นอัพขึ้นไป ยิ่งตำแหน่งบริหารไม่ว่า ปลัดฯ รองปลัดฯ ผอ.กอง หัวหน้าส่วนฯ ล้วนหลักสอง - สี่หมื่นขึ้นทั้งนั้น ไม่บวกกับเงินประจำตำแหน่ง เงินสวัสดิการต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนหากมาเทียบกับสัดส่วนรายจ่ายประจำปีแล้ว คงไม่เกินวงเงิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน คิดง่าย ๆ ก็แล้วกัน เงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการต่าง ๆ หากอยู่สัก ๓๕ เปอร์เซ็นต์ พอมาบวกกับค่าใช้สอยและค่าวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการทางสังคมต่าง ๆ ค่าวัสดุสำนักงาน วัสดุก่อสร้าง วัสดุอื่น ๆ ที่ใช้อยู่ในสำนักงานเป็นประจำปี ค่าครุภัณฑ์สำนักงาน ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ เมื่อบวกกับค่าใช้จ่ายเหล่านี้แล้วเชื่อว่าน่าจะอยู่ราว ๆ ๕๐ - ๗๐ เปอร์เซ็นต์ นานวันเข้าก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเพิ่มขึ้นสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาเอาเฉพาะโครงสร้างพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก็จะลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ ยังไม่ต้องพูดถึงเงินอุดหนุนหน่วยงานโน้นหน่วยงานนี้ แม้รัฐบาลจะออกประกาศก.กระจายอำนาจฯจำกัดร้อยละในการอุดหนุน แต่เชื่อเถอะว่า สุดท้ายก็คงกลับไปเหมือนเดิม เพราะรัฐบาล ยังไม่กำหนดบทบาทอำนาจหน้าที่ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้ชัดเจนว่า ใครทำอะไรได้แค่ไหนเพียงไร หากบทบาทอำนาจหน้าที่ยังก่ำกึ่ง ซ้ำซ้อนกันอยู่เช่นทุกวันนี้ เรื่องเงินอุดหนุนหรืออาจหลีกเลี่ยงให้ท้องถิ่นดำเนินการเองก็ตามแต่จริง ๆ แล้วก็เป็นโครงการของหน่วยงานราชการส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาคอยู่นั่นเอง.....ดังนั้น หากเราไม่ให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเบิกจ่ายเงินเดือนจากส่วนกลาง อนาคตพวกเราจะโยกย้ายก็ลำบาก อยู่ที่เดิมก็เหนื่อยและเบื่อหน่ายกับเสียงบ่นของคนรอบข้างไม่ว่าฝ่ายการเมือง ฝ่ายน้อง ๆ พวกเราเอง หรือฝ่ายประชาชนที่รู้ว่าพวกเราเงินเดือนสูง ๆ กันทุกคน แต่ชาวบ้านเขาจะมองเพียงแต่ว่า สนองความต้องการให้เขาได้รวดเร็วเพียงใด ชาวบ้านไม่ได้มองถึง คุณค่า ความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ของพวกเราที่เพิ่มสูงขึ้นตามอายุราชการและเงินเดือน แต่เขามองอย่างเดียวว่า เงินเดือนสูงขึ้น เขาได้รับบริการรวดเร็วขึ้นหรือไม่ เขาได้รับการบริการที่ดีเพิ่มขึ้นหรือไม่ แน่นอนว่า เรื่องเหล่านั้น พวกเราไม่อาจไปกำหนดได้ด้วยตนเอง เพราะพวกเราเป็นเพียงฝ่ายปฏิบัติตามนโยบายเท่านั้น และมีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณ และอำนาจหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย จะเร่งดำเนินการนอกเหนืออำนาจหน้าที่ก็ไม่ได้ แต่ชาวบ้านเขาไม่ได้คิดเหมือนกับพวกเรา ซึ่งผมคงไม่ต้องสาธารยายมากพวกเราอยู่ในพื้นที่ก็คงทราบกันอยู่แล้ว หากเป็นเช่นนั้นในอนาคต แล้วพวกเราจะทำงานอย่างสบายใจได้เช่นนั้นหรือ.....

          ทั้งสองเรื่อง หากพวกเราเห็นด้วยก็เชิญร่วมกันลงชื่อเพื่อจะได้รวบรวมยื่นเสนอต่อผู้ใหญ่ในรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และดูรายละเอียดในเรื่องนี้ได้โดยคลิกที่นี่ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ มีสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทยได้ขอให้ท่านถวิล ไพรสณฑ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จัดทำร่างพระราชบัญญัติสวัสดิการข้าราชการส่วนท้องถิ่นขึ้นหนึ่งฉบับ ซึ่งเรื่องนี้ ผมไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ว่าเห็นด้วยหรือไม่ แต่ก็หากจะทำก็ควรดำเนินการในลักษณะให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นรวบรวมรายชื่อหนึ่งหมื่นรายชื่อเสนอเป็นกฎหมายต่อรัฐสภาด้วยตนเอง มิใช่รอให้รัฐบาลเป็นคนเสนอเหมือนร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่วันนี้ก็ยังคงอยู่ที่ครม.ยังไม่ไปถึงรัฐสภา และร่างกฎหมายที่ท่านถวิล ไพรสณฑ์ ร่างนั้นเคยมีร่าง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น เช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลเท่าที่ควรแม้แต่ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เอง สุดท้ายก็ใช้ร่างของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯเป็นร่างหลัก จึงต้องพิจารณาถึงทิศทางลมในเรื่องของอำนาจทางการเมืองประกอบในการเคลื่อนไหวด้วยครับ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ.

 

 

 

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๓

 

(หมายเหตุ.- ท่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นหรือร่วมคุยหรือเสนอแนะกับคอลัมน์นี้เพิ่มเติม โดยส่งจดหมายมาทางอีเมล์ phiphatw@hotmail.com)

 

ถาม-ตอบเกี่ยวกับปัญหาแนวทางปฏิบัติราชการตามระเบียบกฎหมาย
กับ ป.นันทวิทย์ เงี้ยวชัยภูมิ ท้องถิ่นอำเภอหางดง เชียงใหม่ ที่ chief_handong@hotmail.com

ถาม-ตอบเกี่ยวปัญหาการบริหารงานบุคคล กับ หน.พราหมณ์ นิยะบุตร กรมส่งเสริมฯ phrarm_n@yahoo.com หรือ
นางสาวศิรินทิพย์ หลักดี นักบริหารงานทั่วไป ๖ หน.ฝ่ายอำนวยการ ทต.สุเทพ อ.เมืองฯ เชียงใหม่ ที่ sirintip_st@hotmail.com

อ่านคอลัมน์นี้ย้อนหลังคลิกที่นี่

 
ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  1
วันเวลาที่เขียน :  25 ก.ย. 53 16:35:56 น.
 

เบิกตรงดีกว่าครับ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  2
วันเวลาที่เขียน :  11 ก.ย. 53 11:46:10 น.
 

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการจัดตั้ง "กองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและกองทุนเงินเดือนข้าราชการส่วนท้องถิ่น" เพราะทุกวันนี้เริ่มจะเห็นอนาคตตัวเองแล้ว  สำหรับ อบต.ขนาดกลาง และขนาดเล็ก  โดตสภาตัดแม้กระทั้งเงินสวัสดิการ  ตามกฎหมาย 

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  3
วันเวลาที่เขียน :  26 ส.ค. 53 08:36:29 น.
 

เห็นด้วยการับการตั้งกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและกองทุนสวัสดิ์การเงินเดือน ในส่วนของการตั้งจ่ายจากสำนักงานกระจายอำนาจ ก่อนผลักส่งเงินให้กับ อปท. และขอสนับสนุนให้มีการดำเนินการให้เกิดขึ้นโดยเร่งด่วน ทาง อบต.ได้มีการจัดประชุมพนักงานทุกเดือนและได้ นำข้อเสนอนี้เข้าที่ประชุมพนักงานทุกคนเห็นด้วยในแนวทางการดำเนินการ  อบต.หนองไฮ  อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ พนักงาน 11 ตำแหน่ง

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  4
วันเวลาที่เขียน :  17 ส.ค. 53 11:08:15 น.
 

ทุกวันนี้ผมป่วยเป็นโรคไตวายต้องฟอกเลือดอาทิตย์ละสามวัน ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อนตกเดือนละประมาณสามหมื่นบาท ได้รู้ปัญหาในเรื่องการเบิกจ่ายดี ถึงแม้องค์กรของเรายังพอมีเงินจ่ายแต่เราคนเบิกก็รู้สึกไม่สบายใจเพราะรู้สึกเหมือนกับว่าเราใช้เงินของอบต.เยอะมาก และเวลาตั้งงบประมาณเป็นค่ารักษาพยาบาลก็ลำบากมากใหนจะผ่านด่านผู้บริหารซึ่งไม่ยากให้ตั้งมากเพราะไปกระทบกับยอดรายจ่ายอื่น และอีกด่านคือสภาที่ไม่ค่อยเข้าใจในหลัการซักเท่าไรยิ่งมีปัญหารมากมีทั้งขอแปรญัตติตัดงบก็มี ที่พูดนี้ตัวผมเองเป็นปลัด ก็ยังพอทำเนาเพราะยังพอจะพูดคุยกับนายกหรือหมุนงบมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ แต่ถ้ามีป่วยหนัก ๆอย่างผมอีกซักคนสองคนผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะบริหารงบประมาณค่ารักษาพยาบาลนี้อย่างไร  ฉะนั้นขเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวขอ้งและริเริ่มผลักดันในเรื่องกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลจงเดินหน้าต่อไปให้บรรลุวัตุประสงค์ ซึ่งเป็นประโยชน์และอานิสงส์อย่างยิ่งใหญ่ต่อมวลหมู่ข้าราชการท้องถิ ่นต่อไป

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  5
วันเวลาที่เขียน :  14 ส.ค. 53 15:45:32 น.
 

โครงการบัตรประกันสุขภาพ (บัตรทอง30บาทเดิม)จำนวนผู้มีสิทธิ์ 48 ล้านคนใช้เงิน 9 หมื่นล้านบาท (คนละ 2 พันกว่า) ต่อปี

โครงการจ่ายตรงข้าราชการ(รวมครอบครัว)จำนวน 5 ล้านคน ใช้เงิน 6 หมื่นล้านบาท (คนละ 1 หมื่นกว่าบาท) ต่อปี

ถ้าจะมีโครงการจ่ายตรงข้าราชการส่วนท้องถิ่น อีกซักโครงการ รัฐบาลไม่น่ามีปัญหาเนาะพวกเรา

โครงการจ่ายตรงข้าราชการส่วนท้องถิ่น จำนวน 3 แสนคน ใช้เงินเท่ากับข้ารการอื่น คนละ 1 หมื่นกว่า รวม 3 พันล้านกว่าต่อปี

ผู้มีส่วนเกี่ยงข้องพิจารณาด่วนคร้าบบบบบบบบบบบบ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  6
วันเวลาที่เขียน :  14 ส.ค. 53 15:31:03 น.
 

11111

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  7
วันเวลาที่เขียน :  31 ก.ค. 53 22:17:00 น.
 

จัดตั้งเป็นกองทุนเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นไปเลยครับท่าน_ไม่ต้องไปรวมกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีขององค์กร_หมดปัญหานักการเมืองท้องถิ่นหวงงบประมาณรายจ่ายประจำ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  8
วันเวลาที่เขียน :  31 ก.ค. 53 22:13:03 น.
 

จัดตั้งกองทุนเงินเดือนและสวัดิการค่าตอบแทนประโยชน์อื่น โดยไม่ต้องไปคิดรวมกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีของท้องถิ่นไปเลยครับท่าน_ย้ายไปไหนก็มีเงินเดือนกิน_นายกยกไม่ต้องกังวนกับงบประมาณที่ต้องจ่ายเป็นเงินเดือนสูงๆ_ถูกต้องทางเดียวเท่านั้นครัับ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  9
วันเวลาที่เขียน :  29 ก.ค. 53 14:16:21 น.
 

ยอดเยี่ยม ได้ใจไปเลยค่ะ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  10
วันเวลาที่เขียน :  28 ก.ค. 53 15:47:57 น.
 
 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  11
วันเวลาที่เขียน :  23 ก.ค. 53 12:51:44 น.
 

ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่อยากจะให้ท้องถิ่นมีระบบเบิกจ่ายตรง  เพราะว่าตัวเองก็ต้องไปหาหมอที่ร.พ.ศิริราชเป็นประจำ  ต้องสำรองจ่ายไปก่อน  บางครั้งก้อเป็นยอดเงินที่เยอะ  หน่วยงานอื่นยังมีระบบเบิกจ่ายตรงได้แต่ทำไมท้องถิ่นยังไม่มีทั้งที่ก็เป็นข้าราชการเหมือนกัน  น่าเห็นใจข้าราชการท้องถิ่น

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  12
วันเวลาที่เขียน :  21 ก.ค. 53 10:04:00 น.
 

เป็นความคิดที่ดีมาก  เนื่องจากประสบกับตัวเอง  ที่จะต้องรอใบส่งตัวเมื่อนายกฯไม่เซ็นต์ ความเห็นแก่ได้ของนายก เอาไปทำอย่างอื่นดีกว่าจะได้ค่าน้ำชาบ้าง แต่ก็สุดท้ายลูกของเราไปสู่สรวงสวรร์เรียบร้อย แต่เรายังมองถึงอนาคตของอีกหลายคนที่ไม่อยากเห็นความเจ็บปวด

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  13
วันเวลาที่เขียน :  19 ก.ค. 53 13:38:56 น.
 

ขอให้เบิกจ่ายตรงได้นะคับเดือดร้อนมาก พ่อเป็นมะเร็งต้องไปศิริราชประจำเลยหมดเงินหลายแสนแล้ว   เบิกยากแล้วเงินไม่พอเนื่อยใจมากคับต่างกับหน่วยงานอืนที่ไม่ต้องสำรองจ่าย

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  14
วันเวลาที่เขียน :  16 ก.ค. 53 09:45:36 น.
 

เห็นด้วยค่ะ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  15
วันเวลาที่เขียน :  16 ก.ค. 53 09:43:39 น.
 
 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  16
วันเวลาที่เขียน :  06 ก.ค. 53 15:57:22 น.
 

น่าจะตั้งเป็น กองทุนสวัสดิการข้าราชการส่วนท้องถิ่น  รวมค่าเช่าบ้าน ค่ารักษาพยาบาล  สวัสดิการต่าง ๆๆ  ตาม มาตรา 35 แห่ง พรบ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542    เนื่อง จาก สวัสดิการต่าง ๆ ที่ท้องถิ่น เบิกยากมาก  ถ้านายก ไม่พอใจแค่คนเดียว ไม่อนุมัติแล้ว ก็ ไม่ต้องเบิก กัน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าทำงานนอกเวลา ทำให้รู้สึกด้อยกว่า ข้าราชการอื่น ๆๆ     ในเมื่อ ทำแล้ว ก็ น่าจะเริ่มทีเดียวเลย กว่า จะเรียกร้องอีกที ก็ ยุ่งยากในการเปลี่ยนกฎหมาย  ซึ่ง แก้ไข ยากมาก

เซ็งงงงงงง

ด้วยความเคารพ

1

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  17
วันเวลาที่เขียน :  02 ก.ค. 53 12:36:37 น.
 

คนท้องถิ่น ช่วยกันออกเสียงเยอะๆคับ

สามัคคีคือพลังร่วมผลักดันให้เข้มแข็ง เพื่ออนาคตที่สดใสข้างหน้า

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  18
วันเวลาที่เขียน :  29 มิ.ย. 53 21:51:12 น.
 

อีกหนึ่งเสียง  ที่อยากจะให้ท้องถิ่น มีระบบเบิกจ่ายตรง  ค่ะ 

เป็นกำลังใจให้ ป.พิพัฒน์ นะคะ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  19
วันเวลาที่เขียน :  29 มิ.ย. 53 21:48:55 น.
 

เป็นกำลัง  สู้ๆๆๆ  เพื่อ  วันข้างหน้าที่สดใส ค่ะ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  20
วันเวลาที่เขียน :  29 มิ.ย. 53 20:21:56 น.
 

เบื่อมาก เบิกค่ารักษา  พ่อ แม่   1  ปี ถึงจะได้เงินคืน

 

เงินจม อยู่ เทศบาล   สามแสนกว่าแล้ว  หมด

 

ทำได้ คงจะดี

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  21
วันเวลาที่เขียน :  29 มิ.ย. 53 09:35:57 น.
 

                              รันทดใจจริงๆ

ขอเป็นกำลังใจให้ ป.พิพัฒน์ และทีมงานผลักดันเรื่องนี้ให้ได้

                   "ข้าราชการตามรัฐธรรมนูญ"

 


กระดานสนทนา แสดงความคิดเห็น
 
เข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น  
ชื่อผู้ใช้ : 
รหัสผ่าน : 
รหัสตรวจสอบ :  รหัสตรวจสอบ  ตัวเล็ก ตัวใหญ่ มีผลต่างกัน
พิมพ์รหัสตรวจสอบ : 
   
 

 

ข่าวสารบ้านเมือง : Bangkok Post | กรุงเทพธุรกิจ | ข่าวสด | คม ชัด ลึก | ฐานเศรษฐกิจ | เดลินิวส์ | ไทยรัฐ | แนวหน้า | บ้านเมือง | ประชาชาติธุรกิจ | ผู้จัดการ
มติชน | สยามธุรกิจ | สยามรัฐ | อ.ส.ม.ท | ไทยโพสต์ | ไทยนิวส์ | เชียงใหม่นิวส์ | สถานีโทรทัศน์ AStv สถานีโทรทัศน์ Nation | รับชมทีวีจากเว็บผ่านทรู
รวมเว็บบอร์ด : กรมส่งเสริมฯท้องถิ่น | สายตรงสนง.ท้องถิ่น ชม. | ชมรมนิติกรอปท. ชมรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯชมรมนักวิชาการศึกษา ชมรมช่างโยธาไทย
ชมรมจนท.จัดเก็บรายได้ ชมรมนักพัฒนาชุมชน | ชมรมเจ้าหน้าที่ธุรการ ชมรมเจ้าหน้าที่พัสดุ
..   ..  ..  ..
..
Copyright © 2009 All Rights Reserved. by www.thailocalgov.com : Thailand