ชวนคุยเรื่องท้องถิ่น :  แนวทางปฏิบัติ กรณี สตง.เรียกคืน เงินโบนัส
ชื่อผู้เขียน : ผู้ดูแลระบบ
วันเวลาที่เขียน :  11 ก.ค. 56     จำนวนผู้เยี่ยมชม :  17826  คน
ดาวน์โหลด   ไม่มีไฟล์เอกสาร
 
 

แนวทางปฏิบัติ กรณี สตง.เรียกคืน เงินโบนัส

-----------------------

          สวัสดีครับ เพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน รวมทั้งผู้สนใจในข่าวสารแวดวงคนท้องถิ่น จากประเด็นปัญหาการที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ใช้บทโหดไล่บี้เรียกเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ หรือ ที่เรามักจะเรียกกันว่า “โบนัส”  (ซึ่งจริง ๆ มันไม่ใช่โบนัส) ในหลายจังหวัด ในภูมิภาค เท่าที่ตรวจสอบ มี ภูมิภาคที่ ๑๕ จังหวัดสงขลา ภูมิภาคที่ ๔ จังหวัดสุรินทร์  ภูมิภาคที่ ๑๐ จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดตาก รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี (ยังไม่ได้เช็คข่าว แต่มีผู้แจ้งข้อมูลมาให้ทราบ) แต่ไมว่า สตง.ภูมิภาคไหน หรือจังหวัดใด ที่มีหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจในฐานะผู้กำกับดูแล มีหนังสือสั่งการไปยังองค์กรปกรองส่วนท้องถิ่นภายในจังหวัด เพื่อเรียกคืนเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ หรือ โบนัส นับตั้งแต่ได้เบิกจ่ายมา หรือราวปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๘ รวมทั้งให้ดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เบิกจ่ายภายหลังมีหนังสือชะลอให้เบิกจ่ายจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ด้วย

(คลิกดาวน์โหลดหนังสือ จังหวัดสงขลา / จังหวัดสุรินทร์ / จังหวัดสุโขทัย / จังหวัดตาก)

          เนื้อหาสาระไม่ว่าเป็นหนังสือของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคไหน มีลักษณะคล้ายคลึง หรือคัดลอกสำนวนเดียวกัน เสมือนมีการสั่งการจากเบื้องต้นให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งผมเข้าใจว่า สตง.ทุกภูมิภาคน่าจะมีหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิบัติตามหนังสือของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน  เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่ทราบดีอยู่แล้วว่า กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างการประกาศใช้ระเบียบในเรื่องนี้ โดยกำหนดให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งเป็นไปในลักษณะเช่นเดียวกันกับระเบียบกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดให้ เทศบาลสามารถสบทบเงินให้แก่สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยได้ โดยมีผลย้อนหลังไปหลายสิบปี  (ดูร่างระเบียบฯ คลิกที่นี่)

          เรื่องนี้ หลายท่านแนะนำว่า อยู่เฉย ๆ ไม่ต้องไปตอบโต้ สตง. รอระเบียบกระทรวงมหาดไทยก่อน หลายแห่งหากผู้บริหารท้องถิ่นกับข้าราชการส่วนท้องถิ่น เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันสามารถพูดคุยกันได้ ก็คงไม่มีปัญหาอันใด แต่ก็มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งไม่เป็นเช่นนั้น ภาระหนักจึงต้องมาตกอยู่ที่ตัวของ หัวหน้าข้าราชการประจำ นั่นก็คือ ปลัดอบจ. / ปลัดอบต. / ปลัดเทศบาล ที่จะทำอย่างไรด้านหนึ่งเพื่อมิให้ถูกมองว่า ประวิงเวลา และอีกด้านหนึ่งมิให้กระทบกับขวัญกำลังใจของบรรดาข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างในองค์กรของตน แม้ว่า ผู้แทนปลัดอปท.ในระดับแนวหน้าของคนท้องถิ่นจะพยายามกระตุ้นให้ผู้ใหญ่ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกระทรวงมหาดไทย ให้เร่งรีบดำเนินการในเรื่องดังกล่าว นับแต่ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นมา ซึ่งมีการจัดทำร่างระเบียบกระทรวงมหาดไทยไว้นานแล้ว แต่สุดท้ายก็ถูกตีกลับมาจากอดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งปัจจุบันก็มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่ก่อนที่ นายแก่นเพชร ช่วงรังษี  อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะย้ายไปดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ลงนามส่งร่างระเบียบที่แก้ไขตามที่อธิบดีกรมส่งเสริมฯคนปัจจุบันแนะนำ ไปยังกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทราบว่า อยู่ระหว่างการรอนำเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย (ณ ปัจจุบันยังไม่ทราบว่าได้มีการนำเข้าสู่ที่ประชุมแล้วหรือไม่) แต่บังเอิญว่า นายแก่นเพชรฯ มิได้รับมอบหมายให้มาดูแลกรมส่งเสริมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่เป็น นายจรินทร์ จักกะพาก อดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น รองปลัดกระทรวงมหาดไทย จึงทำให้ไม่ได้ไปสานต่อเรื่องนี้ ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไปว่า กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการอย่างไร ต่อขวัญและกำลังใจของข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง กว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน ผู้แทนปลัดอปท.ทั้งหลาย โดยเฉพาะใน กรรมการกลางข้าราชการอบจ. (ก.จ.) / กรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) และกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) คงต้องร่วมมือประสานกัน กดดันให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการประกาศใช้ระเบียบนี้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่เรื่องนี้จะลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างคนทำงานท้องถิ่น กับ คนที่ได้ชื่อว่า ส่งเสริมฯ เพราะต่อไป องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะดำเนินการในเรื่องใด ๆ คงต้องระมัดระวังกับ “หนังสือสั่งการ” หรือ “หนังสือซักซ้อม” ของกระทรวงมหาดไทย ให้มากเพราะ ขนาดเรื่องนี้ กระทบต่อคนจำนวนมหาศาล ผู้ที่เกี่ยวข้องกลับไม่เร่งแก้ไขให้เกิดความรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ รวมทั้งไม่มีการปลอบขวัญในหมู่ข้าราชการส่วนท้องถิ่น นอกจากไม่ปลอบขวัญแล้ว ยังมีหลายจังหวัด หลายอำเภอที่ใช้เรื่องนี้เยาะเย้ยถากถางคนท้องถิ่น ทั้งนี้ ไม่นับรวม เรื่องเงินทุนการศึกษาปริญญาตรี-ปริญญาโท เงินประกันสังคม ฯลฯ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หนังสือสั่งการ หรือหนังสือซักซ้อม จากกระทรวงมหาดไทย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่คาดหมายว่า กำลังจะมีการแจ้งเวียนจาก สตง.ให้เรียกคืนเงินดังกล่าวในเร็ววันนี้ หากเป็นเช่นนั้น ความน่าเชื่อถือของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกระทรวงมหาดไทย ในการสั่งการหรือขอความร่วมมือให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เบิกโน้นเบิกนี่ อาจเกิดข้อกังขาว่า สรุปแล้วมันทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งก็ไม่รวมถึง หลายเรื่องหลายราวที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฮึดสู้กับหนังสือสั่งการ หรือหนังสือซักซ้อมของกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมฯ จนเอาชนะในชั้นศาลปกครองมานับไม่ถ้วนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาแล้ว

          ในมุมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ณ เวลานี้ จึงรู้สึกเคว้งคว้าง ที่จะหันหน้าพึ่งกระทรวงมหาดไทยหรือกรมส่งเสริมฯ ก็หาที่พักไม่เจอ ครั้นจะหันมาพูดจาประสาคนทำงานเพื่อประเทศเหมือนกันกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็ไม่พูดจา ทำทีเสมือนได้ทีขี่ม้าไล่ อะไรทำนองนั้น เมื่อวานนี้ ผมได้เสนอมุมมองเรื่อง “สตง. กับ อปท. แค่เห็นต่าง หรือศัตรูตลอดกาล” ผ่านเฟสบุ๊ค ส่วนตัว ปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากคนท้องถิ่นจำนวนมากที่ร่วมแสดงความคิดเห็นและส่วนหนึ่งก็ถือโอกาสระบายอารมณ์ไปด้วย ซึ่งผมเห็นว่า นั่นเป็นมุมมองและความรู้สึกของคนท้องถิ่นที่รู้สึกอึดอัดใจติดต่อกันมานาน ยิ่งปัจจุบัน มี สตง.ที่มีประสบการณ์น้อยเข้ามาตรวจสอบ อปท. บางครั้งก็พูดดี บางคนก็พูดทำให้คนท้องถิ่นมองว่า “กร่าง” และที่สำคัญที่สุดที่คนท้องถิ่นมีความรู้สึกและข้อสงสัยเหมือนกันก็คือ “สตง.ปฏิบัติหน้าที่เกินขอบเขตของอำนาจที่กฎหมายได้กำหนดไว้หรือไม่” โดย เฉพาะ การใช้อำนาจก้าวล่วงการใช้ดุลยพินิจของผู้บริหารท้องถิ่นในการอนุมัติ / อนุญาต ซึ่งกฎหมายให้อำนาจแก่ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถใช้ดุลยพินิจในเรื่องนั้น ๆ ได้ ทำให้หลายคนถึงกลับรำพึงรำพันว่า “ควรให้ สตง.มาเป็นผู้บริหารท้องถิ่น” เสียดีกว่า เพราะรู้สึกว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำอะไรไปก็ผิดไปหมด ทั้งที่ เรื่องเหล่านั้นส่วนใหญ่ล้วนกระทำเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนแทบทั้งสิ้น และอีกเรื่องหนึ่งที่ สตง.ชอบตรวจสอบและเรียกเงินคืนก็คือ สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ อันพึงมีพึงได้ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ สตง.หลายคนถึงกับก้าวล่วงการใช้ดุลยพินิจของผู้บริหารท้องถิ่นในการอนุมัติ/อนุญาตให้บุคลากรในสังกัดเดินทางไปราชการโดยพาหนะรถยนต์ส่วนตัว หรือรถโดยสารไม่ประจำทาง ทั้งที่ระเบียบได้กำหนดให้ ผู้บริหารสามารถใช้ดุลยพินิจได้ เป็นต้น ทั้งนี้ ผมได้สะท้อนมุมมองที่รวบรวมมาจากปากและความรู้สึกของเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นในหลายภูมิภาคหลายจังหวัด มิได้เกิดจากความรู้สึกส่วนตัว หรือการจงเกลียดจงชัง สตง.ที่ส่วนใหญ่ล้วนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม ตามปณิธานของการก่อตั้ง สตง. แต่ สตง.ก็ต้องยอมรับความจริงด้วยว่า ทุกองค์กรทุกหน่วยงาน มีทั้งคนดีและคนไม่ดีปนกันอยู่ในสังคมนี้ ไม่เว้นแม้แต่ สตง.ก็ต้องมีคนไม่ดีอยู่จำนวนหนึ่ง เช่นเดียวกันกับอปท.ที่อาจมีคนไม่ดีปะปนอยู่เช่นเดียวกัน ผมรู้สึกดีใจที่มีหลายคนที่ผมเข้าใจว่า ทำงานใน สตง.เข้ามาแสดงความเห็นและโต้ตอบร้องขอความเป็นธรรมให้กับ สตง.ผ่านเฟสบุ๊คในหัวข้อดังกล่าว เพราะนั่นเท่ากับแสดงว่า สตง.ก็เป็น “คน” เหมือนกัน มีเลือด มีเนื้อ มีชีวิต เหมือนกัน มิใช่พระอิฐพระปูน เมื่อมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ก็ได้ออกมาปกป้องสถาบันของตนเองเหมือน ๆ กับ องค์กรอื่น ๆ ฉะนั้น ผมจึงเห็นว่า สตง.ควรที่จะปรับปรุงบทบาทมุมมองของตนให้มากขึ้น เป้าหมายของ สตง.คืออะไร “ความผิดของท่านคือผลงานของเรา” ดังเช่นหลายคนมอง หรือ “เพื่อผาสุกของปวงชน คือ ผลงานของท่าน” หากเป็นอันหลัง ผมคิดว่า อปท. กับ สตง.ก็สามารถเป็นมิตรกันได้ เพื่อร่วมกันหาจุดร่วมที่ อปท.ในฐานะผู้ปฏิบัติงานบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่ประชาชนในพื้นที่ให้มีความผาสุก ส่วน สตง.ในฐานะผู้ต้องตรวจสอบการกระทำผิดหรือการใช้จ่ายเงินเพื่อประโยชน์ส่วนตนให้เกิดความถูกต้อง ควรต้องนั่งเจรจาพูดคุยกัน เพราะประเทศนี้ เป็นของคนทุกคนที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย มิใช่มองหน่วยตรวจรับเป็นมังสา หรือมองหน่วยตรวจสอบเป็นศัตรู ก็หวังว่า หากผู้ใหญ่ใน สตง.ได้รับรู้รับทราบเรื่องนี้ คงจะได้คิดใหม่ทำใหม่เพื่ออนาคตของประเทศชาติ (สามารถดูเฟสบุ๊คเรื่องนี้ได้ที่ www.facebook.com/phiphatw )

          สำหรับเรื่องแนวทางการแก้ไขเรื่องเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) ในระยะยาว คงต้องรอระเบียบกระทรวงมหาดไทยประกาศใช้ แต่ในระยะสั้นสำหรับ อปท.ที่ได้รับหนังสือจาก สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ลงนาม โดยมีหนังสือของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินห้อยท้ายนั้น ผมได้ขอให้ท่านปลัดเทพนิมิตร แสนพรหม ปลัดอบต.ท่าตุ้ม อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ได้สรุปแนวทางปฏิบัติเมื่อท่านได้รับหนังสือจากจังหวัดให้คืนเงินไว้ดังนี้

ขั้นตอนที่ ๑ ให้จัดทำหนังสือชี้แจงไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน โดยให้เหตุผลไว้ดังนี้

๑)การเบิกจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (เงินรางวัลประจำปี) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้อาศัยอำนาจตามประกาศ ก.(ก.จ.จ./ก.ท.จ./ก.อบต.จังหวัด) เรื่อง กำหนดเงื่อนไขและวิธีการกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษสำหรับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นกรณีพิเศษ ที่ ก.จ.,ก.ท.และ ก.อบต. มีมติในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ตามหนังสือสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๐๙.๓/ว.๔๙ ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๔๙

๒)การเบิกจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (เงินรางวัลประจำปี) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงาน ก.จ.,ก.ท.และก.อบต. ได้ให้แนวทางปฏิบัติไว้ตามหนังสือสำนักงาน ก.จ.,ก.ท.และก.อบต.ด่วนที่สุด ที่ มท. ๐๘๐๙.๓/ว.๒๕ ลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๙

๓)การตั้งงบประมาณเพื่อเป็นเงินประโยชน์ตอบแทนอื่น สำหรับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นกรณีพิเศษ (เงินรางวัลประจำปี) ได้ถือปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย เรื่องซักซ้อมแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี (๒๕๕๐ – ๒๕๕๕) และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย วิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๑ ข้อ  ๑๖ “การตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้กระทำการตามที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทยกำหนด”

๔)การเบิกจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (เงินรางวัลประจำปี) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ถือปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลโดยหลักสุจริตให้ได้มาซึ่งสิทธิสวัสดิการ

๕)แม้ว่าในภายหลังคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้วินิจฉัยว่าการเบิกจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (เงินรางวัลประจำปี) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทยต้องออกระเบียบกำหนดให้เป็นรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงสามารถเบิกจ่ายได้ ดังนั้น เหตุแห่งการปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ มิได้เกิดจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหากจะเรียกคืนเงินที่เกิดการละเมิดต้องเรียกจากคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นและคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่นในฐานะผู้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เงินประโยชน์ตอบแทนอื่น สำหรับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นกรณีพิเศษ (เงินรางวัลประจำปี)

          ขั้นตอนที่ ๒ เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรายงานข้อทักท้วงไปยัง สตง. แล้ว แต่สตง.ยังคงยืนยันความเดิม ให้รายงานผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อวินิจฉัย

          ขั้นตอนที่ ๓ กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยเห็นพ้องกับ สตง. ให้นำความฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อตัดสินต่อไป

          ข้อแนะนำข้างต้น เป็นเพียงความเห็นหนึ่งที่ผมมองว่า พวกเราสามารถนำไปปรับใช้ได้ ตามที่เห็นสมควร แต่มิได้หมายความว่า จะถูกต้องหรือสามารถต่อสู้แล้วชนะ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เรารอดพ้นจากข้อกล่าวหาในเรื่องของการละเลยหรือละเว้นได้ ซึ่งหาก รัฐมนตรีว่าการะทรวงมหาดไทยลงนามในร่างระเบียบกระทรวงมหาดไทยได้เร็วภายในเดือน-สองเดือนนี้ ก็เชื่อว่าจะช่วยยืดเวลารอคอยร่างระเบียบนี้ได้ มีอีกแนวทางหนึ่งที่ผมได้พยายามค้นหามาได้ ซึ่งผมคิดว่าสามารถนำไปปรับใช้ดี และตรงกับใจของผมที่อยากให้ดำเนินการในลักษณะนี้ นั่นก็คือ ให้มีหนังสือหารือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านนายอำเภอ ซึ่งผมได้อ่านสำนวนแล้ว สามารถนำไปปรับใช้ได้ทุกอปท.และผู้จัดทำค่อนข้างมีความรู้ด้านกฎหมาย อธิบายและบรรยายได้ดีมาก เป็นหนังสือของเทศบาลตำบลทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นหนังสือที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของเทศบาลเอง ผมจึงขออนุญาตนำมาให้พวกเราได้นำไปปรับใช้ครับ

 

 

 

(ดาวน์โหลดหนังสือเป็นไฟล์ pdf คลิกที่นี่)

 

 

          ในโอกาสนี้ก็ขอขอบคุณ งานนิติการ สำนักปลัดเทศบาลตำบลทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย มา ณ ที่นี้ด้วยครับ สำหรับวันนี้ ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ

 

 

 

พิพัฒน์  วรสิทธิดำรง

กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น

๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖

ดาวน์โหลดบทความข้างต้น คลิกที่นี่

 

 

 

 

 

 ยังไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวประชาสัมพันธ์

กระดานสนทนา แสดงความคิดเห็น
 
เข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น  
ชื่อผู้ใช้ : 
รหัสผ่าน : 
รหัสตรวจสอบ :  รหัสตรวจสอบ  ตัวเล็ก ตัวใหญ่ มีผลต่างกัน
พิมพ์รหัสตรวจสอบ : 
   
 

 

ข่าวสารบ้านเมือง : Bangkok Post | กรุงเทพธุรกิจ | ข่าวสด | คม ชัด ลึก | ฐานเศรษฐกิจ | เดลินิวส์ | ไทยรัฐ | แนวหน้า | บ้านเมือง | ประชาชาติธุรกิจ | ผู้จัดการ
มติชน | สยามธุรกิจ | สยามรัฐ | อ.ส.ม.ท | ไทยโพสต์ | ไทยนิวส์ | เชียงใหม่นิวส์ | สถานีโทรทัศน์ AStv สถานีโทรทัศน์ Nation | รับชมทีวีจากเว็บผ่านทรู
รวมเว็บบอร์ด : กรมส่งเสริมฯท้องถิ่น | สายตรงสนง.ท้องถิ่น ชม. | ชมรมนิติกรอปท. ชมรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯชมรมนักวิชาการศึกษา ชมรมช่างโยธาไทย
ชมรมจนท.จัดเก็บรายได้ ชมรมนักพัฒนาชุมชน | ชมรมเจ้าหน้าที่ธุรการ ชมรมเจ้าหน้าที่พัสดุ
..   ..  ..  ..
..
Copyright © 2009 All Rights Reserved. by www.thailocalgov.com : Thailand