ชวนคุยเรื่องท้องถิ่น :  บทสรุปเวทีประชุมสัมมนาทางวิชการประจำปี ๒๕๕๖
ชื่อผู้เขียน : ผู้ดูแลระบบ
วันเวลาที่เขียน :  11 เม.ย. 56     จำนวนผู้เยี่ยมชม :  8725  คน
ดาวน์โหลด   ไม่มีไฟล์เอกสาร
 
 

บทสรุปเวทีประชุมสัมมนาทางวิชาการประจำปี ๒๕๕๖

เรื่อง “๒๕๕๖ ปีแห่งการเปลี่ยนระบบท้องถิ่น ก้าวสู่มาตรฐานสากล”

--------------------------------

          สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น และผู้สนใจเรื่องท้องถิ่นทุกท่าน  วันนี้เป็นวันทำการสุดท้ายของคนทำงานกินเงินเดือน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ก่อนเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ หรือ วันขึ้นปีใหม่ไทย สำหรับคนภาคเหนือตอนบนค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับเทศบาลนี้เป็นพิเศษเพราะถือว่าเป็น “เทศกาลขึ้นปี๋ใหม่เมืองเหนือ” เป็นเทศกาลที่ค่อนข้างยิ่งใหญ่ของคนไทย มีการจัดกิจกรรมมากมายกระจายอยู่ทุกอณูของประเทศ โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นหน่วยงานหลักในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ดังเช่นที่เราเคยปฏิบัติมาทุก ๆ ปี สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ ปีนี้ค่อนข้างแปลกนิดหนึ่ง เนื่องจากคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่และสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประกาศให้วันที่ ๑๓ เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ หรือวันสังขารล่อง วันที่ ๑๔ และ ๑๕ เมษายน เป็นวันเนาว์หรือวันเน่า ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาจะเป็นวันที่ ๑๔ เมษายน วันเดียว และสำหรับวันพญาวัน หรือวันที่ใหญ่กว่าทุกวันในรอบปี เป็นวันที่ประชาชนจะต้องเข้าวัดเข้าวาเพื่อทำบุญและสูมาคารวะสระเกล้าดำหัวพระภิกษุสงฆ์ ผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้หลักผู้ใหญ่ นั้นจากเดิมคือวันที่ ๑๕ เมษายนของทุกปี แต่ปีนี้ได้ประกาศให้เป็นวันที่ ๑๖ เมษายน เนื่องจากมีการประชุมผู้รอบรู้เกี่ยวกับจารีตประเพณีและด้านปฏิทินเมืองเหนือแล้ว จึงได้สรุปเช่นนั้น และทราบว่าจะต้องใช้วันที่ ๑๖ เมษายน เป็นวันพญาวันจากปีนี้ไปอีกนับสิบปี ทำให้วันสระเกล้าดำหัวผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ปีนี้ เลื่อนจากเดิมวันที่ ๑๕ เมษายน เป็นวันที่ ๑๖ เมษายนตามไปด้วยครับ จึงแจ้งมาให้คนท้องถิ่นได้รับทราบโดยทั่วกัน และในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย ๒๕๕๖ นี้ ผมขออนุญาตอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพนับถือ พระบารมีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ จึงอำนวยพรให้ทุกท่านเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ และมีความสุข ปราศจากโรคาพยาธิทั้งปวง โดยทั่วกันด้วยเทอญ.

          เมื่อวันที่ ๓ – ๖ เมษายน ๒๕๕๖ สมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ที่มีผมเป็นนายกสมาคมฯ ได้จัดประชุมสัมมนาทางวิชาการประจำปี ๒๕๕๖ เรื่อง “๒๕๕๖ ปีแห่งการเปลี่ยนระบบท้องถิ่น ก้าวสู่มาตรฐานสากล” และการประชุมใหญ่สามัญประจำปีบัญชี ๒๕๕๕ (วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๔ – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๕) ของสมาคมฯขึ้น ณ โรงแรมสตาร์ อำเภอเมืองระยอง วันนี้ จึงขอนำผลการประชุมสัมมนามาสรุปให้พวกเราได้รับทราบร่วมกันอีกครั้งครับ

          กองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลคนท้องถิ่น “เดินหน้าเริ่มใช้ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖”

          -ในช่วงเช้าของวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๖ นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ได้มาเล่าความคืบหน้าของการดำเนินการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ผู้มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เบิกจ่ายตรงจากกองทุนนี้ ตามที่ผมได้นำเสนอมาเป็นระยะ ๆ แล้วนั้น จากการบรรยายของท่านมีผลสรุปดังนี้

          (๑) การร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งกองทุนฯ ได้จัดทำร่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ลงนามเสนอเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อเตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว

          (๒) การจัดทำโปรแกรมสำหรับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบันทึกทะเบียนประวัติผู้มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล ได้จัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างจัดทำหนังสือคู่มือและให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งชื่อผู้ที่จะรับผิดชอบเป็น “นายทะเบียน” และ “เจ้าหน้าที่” สำหรับบันทึกข้อมูล และรับรองข้อมูลให้ สปสช.เพื่อแต่งตั้ง พร้อมจัดส่งหนังสือคู่มือการลงทะเบียนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทดลองใช้ เพื่อปรับปรุงให้สมบูรณ์ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ปลายเดือนเมษายนหรือต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖ นี้

          (๓) ที่มาของเงินกองทุน ตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ได้น.พ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสปสช.ระบุที่มาของกองทุนให้มาจาก “เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ” โดยมอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นหน่วยงานเสนอ ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้เสนอไปเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ จำนวน ๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่สำนักงบประมาณมีข้อท้วงติงเรื่องดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่เรียบร้อย โดยสำนักงบประมาณต้องการให้มาจากเงินภาษีจัดสรรที่รัฐบาลจัดเก็บให้ เช่น เงินภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินภาษีสุรา-สรรพสามิต เป็นต้น ทั้งนี้ นายแพทย์วินัยฯ ยืนยันว่า ไม่ว่าจะมาจากแหล่งใด ก็จะต้องตัดจ่ายจากต้นทางก่อนจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อมิให้มีผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลของข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นและผู้มีสิทธิ

          (๔) ฟันธงว่า ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ผู้มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาล จะได้ใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงจากกองทุนนี้แน่นอน แต่ในระยะแรกในช่วง ๖ เดือนแรกอาจต้องใช้ทั้งสองระบบไปพร้อมกัน คือ เบิกจ่ายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเบิกจ่ายจากกองทุนฯ ซึ่งอยู่ในระหว่างการคิดวิธีการของคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง

          (ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการบรรยายค่ารักษาพยาบาล คลิกที่นี่ ชุดที่ ๑ / ชุดที่ ๒ )

          ยกฐานะอบต.ขึ้นเป็นเทศบาล ประชาชนได้ประโยชน์จริงหรือ ?

          -ภาคบ่ายของวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๖ เวทีสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง ยกฐานะอบต.ขึ้นเป็นเทศบาลประชาชนได้ประโยชน์จริงหรือ ? นำสัมมนาโดย นายนพดล แก้วสุพัฒน์ นายกสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย (นายกอบต.อ้อมเกร็ด จ.นนทบุรี) และดร.อุบล ยะไวทย์ณะวิชัย ปลัดอบต.ดอนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ทำวิจัยเรื่องดังกล่าว ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญรอบรู้เรื่องท้องถิ่นทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งจากการพบปะของ นายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในช่วงพิธีเปิดภาคเช้าวันเดียวกัน มีผลสรุปดังนี้

          (๑) การยกฐานะอบต.ขึ้นเป็นเทศบาลตามที่มีการผลักดันของคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร มีความหวังริบหรี่ เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย พร้อมกันทั้ง ๓ คน ทำให้แนวนโยบายเปลี่ยนไป และไม่มีสัญญาณจากรัฐบาลให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อ สรุปคือ อบต.ใดมีความพร้อมจะยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลสามารถยื่นขอตามหลักเกณฑ์เดิมได้ สำหรับการยกฐานะพร้อมกันที่ประชุมเห็นว่า คงอีกยาวไกล

          (๒) อบต.ที่ยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลไปก่อนหน้านี้ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นหรือไม่ จากการทำวิจัยของ ดร.อุบล ยะไวทย์ณะวิชัย พบว่า ไม่มีการเพิ่มงบประมาณขึ้นแต่ประการใด ยังคงใช้สัดส่วนเดิมที่เคยได้รับจัดสรรในขณะเป็นอบต. และพบว่า สมาชิกสภาเทศบาลหรือ ส.ท.ส่วนใหญ่ต้องการกลับไปเป็นอบต.เช่นเดิม เนื่องจากบทบาทลดลง ทำงานยากขึ้นกว่าเดิม งบประมาณได้เท่าเดิมแต่รายจ่ายเพิ่มขึ้น ภารกิจเพิ่มขึ้น ความคาดหวังของประชาชนต่อเทศบาลมีสูงกว่าอบต.

          (๓) ประชาชนได้หรือเสียประโยชน์ ประชาชนเสียมากกว่าได้ เนื่องจากในเขตเทศบาลประชาชนต้องเสียภาษีมากขึ้นกว่าเป็นอบต. เช่น ภาษีบำรุงท้องที่ การลดหย่อนน้อยลง ค่าธรรมเนียมนิติกรรมในการซื้อขายที่ดินมากกว่าอยู่ในเขตอบต. เป็นต้น รวมทั้งประชาชนต้องสูญเสียตัวแทนในบางหมู่บ้าน ที่เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก อาจไม่มีตัวแทนในหมู่บ้านเลย

          (๔) ข้าราชการหรือพนักงาน เสียมากกว่าได้ เนื่องจาก ปัจจุบัน อบต.ขนาดกลางสามารถขอปรับระดับตำแหน่งปลัดอบต.ขึ้นเป็นปลัดอบต.ระดับ ๘ เป็นกรณีพิเศษได้ แต่อบต.ขนาดกลางเมื่อยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลแล้ว ต้องกลายเป็นเทศบาลขนาดเล็ก ปลัดเทศบาลไม่สามารถขยับเป็นระดับ ๘ ได้ และหัวหน้าส่วนราชการที่มีระดับไม่ถึงระดับ ๗ ต้องลดระดับตำแหน่งเป็นเพียงหัวหน้าฝ่าย ซึ่งจะไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งตามมติล่าสุดของ คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น หรือ ก.ถ. เป็นต้น

          (๕) ผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด คือ ผู้บริหารท้องถิ่น นอกจากจะได้รับเปลี่ยนชื่อเป็น นายกเทศมนตรีที่ดูดีกว่า นายกอบต.แล้ว ยังได้รับเงินค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น และมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมากกว่าการเป็น นายกอบต. เพราะสมาชิกสภาเทศบาลจะมีอำนาจต่อรองน้อยลง เนื่องจากสมาชิกสภาเทศบาลส่วนใหญ่ มาจากกลุ่มการเมืองเดียวกันกับนายกเทศมนตรี ทำให้ถูกจำกัดบทบาท ไม่มีความเป็นอิสระเช่นเดียวกันกับความเป็นตัวแทนของประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน

          (๖) ข้อเสนอแนะจากที่ประชุมสัมมนา ก่อนที่จะยกฐานะอบต.ขึ้นเป็นเทศบาลทั่วประเทศ ควรมีการแก้ไขกฎหมายเทศบาลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคมปัจจุบัน เช่น การแก้ไขให้สมาชิกสภาเทศบาลเป็นผู้แทนของประชาชนแบบเขตเดียวเบอร์เดียว เช่นเดียวกันกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นต้น

 

 

          ยกเลิกระบบซีเข้าสู่ระบบแท่ง “ก้าวหน้าหรือถอยหลัง”

          -ในภาคเช้าของวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๖ เวทีสัมมนาเรื่อง ยกเลิกระบบพีซีเข้าสู่ระบบแท่งก้าวหน้าหรือถอยหลัง ที่มี ดร.อดิศัย กุญชร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาอาวุโส สปร. , พ.จ.อ.ชนินทร์

ราชมณี ผู้อำนวยการส่วนประสานการถ่ายโอนบุคลากรและมาตรฐานตำแหน่ง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น,รศ.มานิต ศุทธสกุล นักวิชาการและอาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และ ดร.สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม อาจารย์และนักวิชาการประจำมหาวิทยาลัยรังสิต เป็นผู้นำสัมมนา โดยมี นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่นแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ มีผลสรุปดังนี้

(๑) ทุกระบบมีข้อดีและข้อด้อยในตัวของมันเอง ไม่มีระบบใดสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ในแต่ละระบบมีความเหมาะสมกับช่วงเวลาในแต่ละยุคแต่ละสมัย ระบบแท่งเป็นระบบที่ดีที่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบพีซีและระบบชั้นยศที่ใช้มาแต่เดิม แต่ขึ้นอยู่กับผู้ที่นำไปใช้ว่าจะใช้อย่างไร ใช้ด้วยอัตตาหรือใช้โดยมีคุณธรรมควบคู่ไปด้วย

(๒) ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖ นี้ ที่ประชุมมีความเชื่อว่า คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น หรือ ก.ถ. จะมีมติให้ยกเลิกระบบพีซีแน่นอน เนื่องจากประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยว ทิศทางการบริหารงานบุคคลของระบบราชการไทยต้องเป็นไปในแนวทางเดียวกัน แต่อาจต้องใช้เวลาในการนำระบบแท่งมาใช้ประมาณ ๑ – ๒ ปี เพราะต้องมีการปรับปรุงประกาศมาตรฐานต่าง ๆ ให้สอดรับกับระบบแท่งและต้องจัดทำแท่งเงินเดือนของแต่ละกลุ่ม แต่ละประเภท ให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งอาจต้องมีการจัดทำเวทีรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอีกหลายครั้งกว่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องหลักเกณฑ์ต่าง ๆ โดยที่ประชุมเห็นว่า สปร.และสำนักงาน ก.ถ. ควรหาแนวทางแก้ไขประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบแท่งของข้าราชการพลเรือนมิให้เกิดขึ้นกับระบบแท่งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มิได้เป็นองค์การขนาดใหญ่ เช่น กระทรวง ทบวง กรม หรือเช่นเดียวกันกับกรุงเทพมหานคร ที่ใช้ระบบแท่งไปก่อนแล้ว

(๓) แนวโน้มที่จะใช้ระบบแท่งหาก ก.ถ.มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกระบบพีซีในวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖ คือ ใช้รูปแบบที่ ๓ ที่สปร.ได้จัดทำวิจัยไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ประกอบด้วยกลุ่มปฏิบัติการ กลุ่มวิชาการ กลุ่มอำนวยการ และกลุ่มบริหาร

เงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ ยกเลิกหรือเดินหน้าต่อ

-ในโอกาสนี้ พ.จ.อ.ชนินทร์ ราชมณี ได้แจ้งความคืบหน้าการออกระเบียบให้เงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ หรือ โบนัสขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นรายจ่ายที่ อบจ. เทศบาล และอบต.สามารถจ่ายได้ รวมทั้งการปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินและวิธีการจ่ายเงินใหม่ โดยสรุปขณะนี้ ร่างระเบียบกระทรวงมหาดไทยได้เสนอต่อรมช.มหาดไทยแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการยกร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย สำหรับหลักเกณฑ์การประเมินและวิธีการจ่ายเงินที่จะปรับปรุงใหม่ กรมส่งเสริมฯได้แต่งตั้ง นายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานคณะทำงาน โดยท่านรองฯสมศักดิ์ ได้กล่าวในช่วงเป็นประธานในพิธีเปิดว่า จะทำให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม จากนั้น จะต้องนำเสนอ ก.กลาง ให้ความเห็นชอบและส่งให้ ก.จังหวัด เห็นชอบประกาศเป็นหลักเกณฑ์ของจังหวัด โดยคาดว่าทั้งสองเรื่องจะดำเนินการแล้วเสร็จทันการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลประจำปี ๒๕๕๖ นี้

เงินประจำตำแหน่งรองปลัดฯ / หัวหน้าส่วนราชการ

-หลังจากที่ ก.ถ.มีมติเห็นชอบกำหนดเงินประจำตำแหน่งให้ รองปลัดอปท. และหัวหน้าส่วนราชการ ในอบจ. / เทศบาล / อบต. ระดับ ๖ – ๗ เดือนละ ๓,๕๐๐ บาท เท่ากับตำแหน่งปลัดอบต./ปลัดเทศบาล ระดับ ๖ – ๗ เมื่อปลายเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา พ.จ.อ.ชนินทร์ ราชมณี ในแจ้งข่าวความคืบหน้าให้ที่ประชุมรับทราบถึงขั้นตอนกระบวนการกำหนดเงินประจำตำแหน่งดังกล่าวว่า หลังจากนี้ ก.ถ.จะต้องจัดทำประกาศมาตรฐานกลางส่งให้คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยพิจารณาก่อนเสนอให้ประธาน ก.ถ. (นายปริญญา นาคฉัตรีย์) ลงนามประกาศใช้ จากนั้น ก.ถ.จะส่งประกาศให้ ก.กลาง (ก.จ./ก.ท./ก.อบต.) พิจารณากำหนดมาตรฐานทั่วไปของแต่ละ ก. เมื่อ ก.จ. / ก.ท. / ก.อบต. มีมติเห็นชอบร่างประกาศเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องส่งให้รมช.มหาดไทย (นายประชา ประสพดี) ลงนาม จากนั้นจึงจะส่งให้ ก.จังหวัด มีประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ของแต่ละจังหวัด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาประมาณ ๓ – ๕ เดือนจากนี้ไป สำหรับจะมีผลย้อนหลังหรือไม่นั้น ต้องไปดูร่างประกาศของ ก.ถ.ก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเผยแพร่ร่างประกาศดังกล่าวแต่ประการใด

 

ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ....

-ที่ประชุมสัมมนา ได้สรุปแนวทางการขับเคลื่อนผลักดันให้ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไว้ดังนี้

(๑) ร่างพ.ร.บ.ปัจจุบันมีอยู่จำนวน ๒ ร่าง ประกอบด้วย ร่างของประชาชนที่ร่วมกันเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๓ ที่มีสมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่นแห่งประเทศไทยเป็นแกนนำ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการวินิจฉัยของประธานรัฐสภาว่า ร่างฉบับดังกล่าว เป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงินหรือไม่ หากวินิจฉัยว่าเป็นร่างที่เกี่ยวข้องกับการเงิน จะต้องเสนอให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีลงนามเห็นชอบก่อน ซึ่งสมาคมฯได้มีหนังสือกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ทราบและขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยพิจารณาให้ความเห็นชอบไปก่อนหน้านี้แล้ว จากนั้นจึงจะเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป  อีกร่างหนึ่ง คือร่างของรัฐบาล ที่มอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดทำ โดยมี นายสาโรช คัชมาตย์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมฯ เป็นประธานคณะทำงาน รองฯสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบว่า ปัจจุบัน ได้พิจารณาไปแล้วประมาณ ๘๐ มาตรา จาก ๑๘๐ กว่ามาตรา หรือประมาณ ๒ ในห้าส่วน

(๒) การบวนการเร่งรัดเพื่อให้รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้และเร่งรัดให้ร่างของรัฐบาลแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเสนอต่อรัฐสภาพร้อมกับร่างฉบับของประชาชน สมาคมฯได้มีแนวทางการดำเนินการดังนี้

          (๒.๑) ยื่นคำร้องต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิฯ เสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ หรือไม่ พร้อมร้องขอให้มีหนังสือเร่งรัดไปยังรัฐบาล รัฐสภา และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้เร่งดำเนินการแก้ไขกฎหมายให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยเร็ว โดยปัจจุบัน อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาขององค์กรทั้งสองแห่ง

          (๒.๒) ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร เพื่อร้องขอให้คณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ... และร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.... อีกช่องทางหนึ่ง ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ

          (๒.๓) นำผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง ทั่วประเทศ ไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ คน เข้าพบ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี หากในเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ รัฐบาลยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนในการนำร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ... ไม่ว่าร่างของรัฐบาลเอง หรือร่างของประชาชน หรือร่างของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระรับหลักการ โดยมีกำหนดในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖

 

          ครับ นั่นคือบทสรุปจากการประชุมสัมมนาทางวิชาการประจำปี ๒๕๕๖ ของสมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่นแห่งประเทศไทย แม้ว่าปีนี้จะได้รับการสนับสนุนจากคนท้องถิ่นค่อนข้างบางตา เมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน ๆ มาก็ตาม แต่คณะทำงานของสมาคมฯที่ได้ร่วมกันจัดประชุมสัมมนาในครั้งนี้ ยังคงมีกำลังใจและพลังที่จะขับเคลื่อนเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ให้สำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งปี ๒๕๕๖ จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนระบบท้องถิ่นหลาย ๆ เรื่องดังที่กล่าวมาแล้ว ฉะนั้น ผมและคณะทำงาน จึงอยากฝากไปยังเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น พนักงานจ้าง และลูกจ้างประจำ ได้ตระหนักถึงภาระ หน้าที่ที่พวกเราต้องกระทำเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย เพื่อร่วมกันเสริมสร้างให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความมั่นคง แข็งแกร่ง และยืนด้วยลำแข้งตนเองได้อย่างสง่างามในอนาคต

 

 

ด้วยจิตคารวะ

พิพัฒน์  วรสิทธิดำรง
กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น
๑๑ เมษายน ๒๕๕๖

 

ดาวน์โหลดบทความข้างต้น คลิกที่นี่

 

 

 ยังไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวประชาสัมพันธ์

กระดานสนทนา แสดงความคิดเห็น
 
เข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น  
ชื่อผู้ใช้ : 
รหัสผ่าน : 
รหัสตรวจสอบ :  รหัสตรวจสอบ  ตัวเล็ก ตัวใหญ่ มีผลต่างกัน
พิมพ์รหัสตรวจสอบ : 
   
 

 

ข่าวสารบ้านเมือง : Bangkok Post | กรุงเทพธุรกิจ | ข่าวสด | คม ชัด ลึก | ฐานเศรษฐกิจ | เดลินิวส์ | ไทยรัฐ | แนวหน้า | บ้านเมือง | ประชาชาติธุรกิจ | ผู้จัดการ
มติชน | สยามธุรกิจ | สยามรัฐ | อ.ส.ม.ท | ไทยโพสต์ | ไทยนิวส์ | เชียงใหม่นิวส์ | สถานีโทรทัศน์ AStv สถานีโทรทัศน์ Nation | รับชมทีวีจากเว็บผ่านทรู
รวมเว็บบอร์ด : กรมส่งเสริมฯท้องถิ่น | สายตรงสนง.ท้องถิ่น ชม. | ชมรมนิติกรอปท. ชมรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯชมรมนักวิชาการศึกษา ชมรมช่างโยธาไทย
ชมรมจนท.จัดเก็บรายได้ ชมรมนักพัฒนาชุมชน | ชมรมเจ้าหน้าที่ธุรการ ชมรมเจ้าหน้าที่พัสดุ
..   ..  ..  ..
..
Copyright © 2009 All Rights Reserved. by www.thailocalgov.com : Thailand