ชวนคุยเรื่องท้องถิ่น :  ความคืบหน้าเรื่องราวคนท้องถิ่น...ต้อนรับศักราชใหม่
ชื่อผู้เขียน : ผู้ดูแลระบบ
วันเวลาที่เขียน :  06 ม.ค. 55     จำนวนผู้เยี่ยมชม :  11742  คน
ดาวน์โหลด   ไม่มีไฟล์เอกสาร
 
 

ความคืบหน้าเรื่องราวของคนท้องถิ่นต้อนรับศักราชใหม่

----------------------------

ความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการส่วนท้องถิ่น

          สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ ครับ เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน วันนี้ ผมมีเรื่องความคืบหน้าเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลของพวกเรามาเล่าสู่กันฟังต้อนรับปีใหม่ครับ

          ตามที่สมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ได้นำข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า ๒๐๐ ชีวิต เดินเท้าจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) ไปกระทรวงมหาดไทย เพื่อเข้าพบ ฯพณฯ นายบุญจง  วงศ์ไตรรัตน์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา เพื่อร้องขอให้มีจัดตั้งกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการส่วนท้องถิ่น หลังจากนั้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว และมีการประชุมไปจำนวน ๑ ครั้ง และหายเงียบไปหลังจากรัฐบาลชุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่

          เมื่อวันที่ ๑๒  กันยายน ๒๕๕๔ สมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ได้ร่วมกับ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย ได้มีหนังสือร้องขอต่อ ฯพณฯ นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คนปัจจุบัน เพื่อขอให้มีการเร่งรัดจัดตั้งกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการส่วนท้องถิ่นโดยเร็ว และเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้เชิญตัวแทนสมาคมฝ่ายการเมือง สมาคมฝ่ายข้าราชการประจำ และสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมหารือถึงแนวทางการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามที่ทั้ง ๒ สมาคมฯได้มีหนังสือถึง รมช.มหาดไทย โดยได้มีการเชิญตัวแทนของสำนักงานกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมเสนอแนวทางแก้ไข โดยมีผู้บริหารของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องร่วมหารือด้วย อาทิ นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ประธานในที่ประชุม) นายพิษณุ พรหมจารีย์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น นายสมศักดิ์ พนากิจสุวรรณ ผู้อำนวยส่วนส่งเสริมการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.จ.อ.ชนินทร์ ราชมณี ผู้อำนวยการส่วนประสานการโอนบุคลากรและมาตรฐานตำแหน่ง นางราตรี  รัตนไชย ผู้อำนวยการส่วนบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการ สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น นายธงชัย ศรีงิ้วราย เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการ สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น เป็นต้น

การประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ณ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔  

 

          สำหรับผู้แทนของฝ่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มี นายสรณะ เทพเนาว์ นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย นายพิพัฒน์  วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) นายทรงพล แข็งกล้า นายกสมาคมลูกจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย นายพัสกร  ใยน้อย กรรมการและประชาสัมพันธ์สมาคมพนักงานส่วนตำบลและเทศบาล นายอำพล กิตติอำพล เลขาธิการสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย นางปริมพร  อ่ำพันธุ์ ปลัดอบจ.สมุทรสงคราม ผู้แทนสมาคมข้าราชการอบจ.แห่งประเทศไทย โดยไม่มีผู้แทนจากสมาคมฝ่ายการเมืองทั้ง ๓ สมาคม คือ สมาคมอบจ.แห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย เข้าร่วมแม้แต่คนเดียว

          ที่ประชุมได้หารือนานกว่า ๓ ชั่วโมง กรณีที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดย สำนักพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ได้ประสานกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หารือแนวทางในการร่วมมือกับ สปสช. โดยเข้าร่วมกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดสวัสดิการดังกล่าว ให้ผู้บริหาร สมาชิกสภา และข้าราชการส่วนท้องถิ่น ให้ได้รับบริหารสาธารณสุข โดย สถ.ได้สรุปข้อมูลเบื้องต้นต่อที่ประชุม ดังนี้

          -ให้ สปสช. เป็นผู้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๙ ที่บัญญัติว่า ขอบเขตของสิทธิรับบริการสาธารณสุขของบุคคลดังต่อไปนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มติคณะรัฐมนตรีหรือคำสั่งใด ๆ ที่กำหนดขึ้นสำหรับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และให้ใช้สิทธิดังกล่าวตามพระราชบัญญัตินี้

                   (๑) ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการ
                   (๒) พนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

                   (๓) พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ หรือผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานอื่นของรัฐหรือบุคคลอื่นใดที่มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลโดยใช้จ่ายจากเงินงบประมาณ

                   (๔) บิดามารดา คู่สมรส บุตร หรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับสวัสดิการการรักษาพยาบาล โดยอาศัยสิทธิของบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ (๓)

          ในการนี้ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่จัดการให้บุคคลดังกล่าวสามารถได้รับบริการสาธารณสุขตามที่ได้ตกลงกันกับรัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐแล้วแต่กรณี

          การกำหนดให้บุคคลตามวรรคหนึ่งประเภทใด หรือหน่วยงานใด ใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุข ตามพระราชบัญญัตินี้ได้เมื่อใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

          เมื่อมีพรราชกฤษฎีกาตามวรรคสามใช้บังคับแล้ว ให้รัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ แล้วแต่กรณี ดำเนินการจัดสรรเงินในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสำหรับบุคคลตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกานั้น ให้แก่กองทุนตามหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่ตกลงกับคณะกรรมการ

          สถ.ได้สรุปว่า สปสช. มีอำนาจหน้าที่จัดการให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับบริการสาธารณสุขตามท่ได้ตกลงกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นไปตามหลักความสมัครใจ และเมื่อเข้าร่วมกองทุนแล้ว จะได้รับสิทธิประโยชน์จาก สปสช. เท่านั้นไม่อาจใช้สิทธิจากหลักเกณฑ์เดิมได้ โดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งต้องจ่ายเงินในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้กับกองทุน ตามหลักเกณฑ์ที่ตกลงกับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

 

          ที่ประชุมได้ข้อสรุปในเบื้องต้นดังนี้.-

          (๑)  เห็นด้วยกับแนวทางการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยหากจะให้ สปสช.ดำเนินการ ควรมีลักษณะบังคับให้ทุก อปท.เข้าร่วม และให้ รัฐบาลจัดสรรงบประมาณครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายต่อหัวสำหรับสมบทเข้ากองทุน และให้คณะกรรมการการกระจายอำนาจฯเป็นผู้ผลักเงินที่จะจัดสรรให้อปท.ตามปกติ ส่งให้กองทุนโดยตรง แต่อย่างไรก็ตามให้มีการศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อน

          (๒) ให้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเป็นแนวทางที่ สปสช.เสนอก็ได้ และให้จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาหรือระเบียบเกี่ยวกับกองทุนดังกล่าวไว้รองรับเพื่อเสนอรัฐบาลต่อไป

         

          ในการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการประชุมครั้งที่ ๒ แม้จะไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก เพราะสุดท้ายก็ต้องกลับมาสู่จุดเดิมคือการตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขเรื่องดังกล่าว และในครั้งนี้ก็ไม่อาจจะการันตีได้ว่า คณะทำงานชุดที่จะตั้งขึ้นนั้นจะมีประสิทธิภาพหรือมีพลังเพียงพอที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้ประสบผลสำเร็จได้รวดเร็วเพียงใด หรือเพียงเพื่อลดกระแสของความรุนแรงของปัญหาให้ชะลอไปชั่วขณะเท่านั้น เพราะในการประชุมดังกล่าวประธานในที่ประชุมคือ ท่านวีระวัฒน์ ชื่นวาริน รองอธิบดีกรมส่งเสริมฯ แม้ว่าท่านจะสอบถามฝ่ายเลขานุการโดยให้ความสนใจและมีความรู้สึกเป็นห่วงว่า ฝ่ายเลขาฯหรือคณะทำงานได้จัดทำร่าง พระราชกฤษฎีกาไว้รองรับแล้วหรือไม่อย่างไร ก็ไม่มีใครตอบได้ ซึ่งวันนั้น ผมก็รู้สึกมีความหวังว่า รองอธิบดีให้ความสนใจจึงหวังว่าจะมีการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง แต่พอออกห้องประชุมมาก็ได้ข่าวว่า ท่านได้รับการเสนอชื่อให้แต่งตั้งเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ไปเสียแล้ว นี่แหละคือความไม่ต่อเนื่องของระบบการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น ที่ผมพยายามบอกพวกเราว่า ทำไมเราต้องช่วยกันผลักดันให้ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาและตราออกมาเป็นกฎหมายโดยเร็ว เพราะเราหวังว่า เมื่อมีสำนักงาน ก.ถ. มีเลขาธิการ ก.ถ.แล้ว จะได้ผู้ที่ดูแลงานบุคคลของคนท้องถิ่นได้โดยตรง โดยไม่ต้องกังวลว่า ผู้รับผิดชอบจะเปลี่ยนแปลงอีกเมื่อไหร่ แล้วเราก็ต้องกลับไปนับหนึ่งอีกทุกครั้งไปที่มีการเปลี่ยนแปลงระดับอธิบดีหรือรองอธิบดีหรือรัฐมนตรี

 

          สำหรับผู้ประสบปัญหาเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล ที่พวกเราได้รับทราบมาก่อนหน้านี้ หนึ่งนั้นคือท่านปลัดณัฐพร ภูศรีฤทธิ์ ปลัดอบต.สำโรง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา หลังจากที่ผมได้ลาสิกขาจากการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติที่จังหวัดนครพนมเสร็จก็ได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมท่านปลัดณัฐพรที่อบต.สำโรง โดยได้พูดคุยกับท่านปลัดและท่านนายกอบต.สำโรง ท่านปลัดณัฐพร ก็เล่าให้ฟังเชิงน้อยใจนิด ๆ ว่า ตลอดช่วงกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเสนอเรื่องไปที่กระทรวงมหาดไทยก็ตามที่ รมช.มหาดไทย (ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์) รับปากว่าจะจัดสรรงบประมาณกรณีพิเศษให้ ก็เหลวไม่ได้แม้แต่บาทเดียว สอบถามไปที่กรมส่งเสริมฯ กรมส่งเสริมฯท่านก็ปัดไปว่า กรมส่งเสริมฯไม่ได้รับปากดูแลเรื่องนี้ รัฐมนตรีเป็นผู้รับปากต้องไปคุยกับรัฐมนตรี นอกจากนั้น ทางจังหวัดขอนแก่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ ท้องถิ่นจังหวัด ท้องถิ่นอำเภอ ก็ไม่เคยมาเยี่ยมเยียนถามไถ่ถึงสารทุกข์ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง แม้ว่าสำนักราชเลขาธิการจะมีหนังสือแจ้งให้จังหวัดช่วยดูแลจากการที่ถวายฎีกาไปก็ตาม ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ จากกรมส่งเสริมฯหรือผู้ใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น ตอนนี้ ก็มีความหวังขึ้นมาบ้าง เมื่อมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทยอยู่ในพื้นที่อำเภอหนองสองห้องถึง ๓ คน ส.ส.ทั้ง ๓ ท่านก็รับปากจะดูแลช่วยเหลือจัดสรรงบประมาณเป็นกรณีพิเศษให้ ก็ยังคงรอความหวังอยู่ ช่วงท้ายของการพูดคุย ท่านปลัดณัฐพร ฝากขอบคุณพวกเราที่คอยให้กำลังใจจนจิตใจแจ่มใสและร่าเริงอย่างมาก ไม่เครียดเหมือนเมื่อก่อน และได้ฝากข้อความถึงพวกเราชาวท้องถิ่นว่า อยากให้พวกเราช่วย ๆ กันผลักดันให้มีกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลฯโดยเร็ว หลายคนอาจคิดว่าตนเองไม่ได้เดือดร้อน ไม่เจ็บไม่ไข้ แต่ก็อยากให้คิดเสมอว่า ไม่มีใครรู้อนาคตว่า วันหนึ่งข้างหน้าเราจะเจอเหตุการณ์แบบที่ตนเองเจอหรือไม่ (ดูคลิปฝากข้อความของท่านปลัดณัฐพร ผ่าน Youtube คลิกที่นี่)

ป.พิพัฒน์ ได้พบปะพูดคุยกับท่านปลัดณัฐพร และนายกอบต.สำโรง ป.พิพัฒน์,นายกอบต.สำโรง,ป.ณัฐพร,ป.วีระวิทย์ (อบต.โนนประดู่ สีดา โคราช)

 

          สำหรับ ท่านปลัดจารุวรรณ ชื่นจิต หรือ ป.หล้า ปัจจุบันท่านได้โอน (ย้าย) มาอยู่ที่    อบต.แม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย (อดีตอยู่อบต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา) ท่านก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกันกับท่านปลัดณัฐพร ที่คนในรัฐบาลหรือกรมส่งเสริมฯหรือจังหวัด ก็ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ แต่ก็ได้กำลังใจจากพวกเรากันเอง โดยล่าสุดผมก็ประสานให้ผู้ที่พอจะมีแนวทางในการของบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว คาดว่าอย่างน้อยก็คงจะได้งบประมาณสักก้อนหนึ่งมาดูแลด้านการพัฒนาตำบลเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจเพื่อให้ผู้บริหารและสมาชิกสภาอบต.ได้คลายกังวลเกี่ยวกับงบประมาณที่จะต้องนำมาเป็นค่ารักษาพยาบาลได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ

          ความคืบหน้าเกี่ยวกับเงินประจำตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการ

          เรื่องนี้ มีหัวหน้าส่วนราชการสอบถามมามากครับว่า คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ก็ต้องบอกตรง ๆ ว่ายังไม่คืบหน้าครับ เมื่อวานนี้ ผมได้โทรสอบถามกับ ผอ.ศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผอ.ส่วนมาตรฐานทั่วไปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ท่านก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ยังไม่มีคณะกรรมการ ก.ถ. จึงไม่สามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ สอดคล้องกับเมื่อวันก่อนได้โทร.คุยกับ ท่านปลัดอำพล กิตติอำพล เลขาธิการสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย และท่านปลัดพัสกร ใยน้อย กรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล ท่านทั้งสองท่านได้ให้ข้อมูลตรงกันว่า เกี่ยวกับเรื่องคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น หรือ ก.ถ. กระทรวงมหาดไทยได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยในข้อกฎหมายว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ถ.นั้น เป็นอำนาจของใคร ปัจจุบัน คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตอบข้อหารือมายังกระทรวงมหาดไทยแล้วว่า เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี โดยขณะนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างการร่างหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคัดเลือกกรรมการก.ถ.สายผู้ทรงคุณวุฒิให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อครม.เห็นชอบแล้ว ก็ต้องมาคัดเลือก ๆ เสร็จก็เสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบอีกรอบ จากนั้นถึงจะมาคัดเลือกประธาน ก.ถ. กระบวนการนี้อย่างเร็วน่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ หากได้ประธาน ก.ถ.เรียบร้อยแล้ว จึงจะสามารถพิจารณาเกี่ยวกับเงินประจำตำแหน่งของหัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งการปรับฐานเงินเดือนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้สอดคล้องกับอัตราเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนได้ (เงินเพิ่มตามคุณวุฒิ) ความเห็นส่วนตัวก็เชื่อว่าอาจจะไม่แล้วเสร็จได้ทันภายในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ หากพวกเราไม่กระตือรือร้น หรือช่วยกันผลักดัน ช่วยกันพูดให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการครับ

 

          ความคืบหน้าการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์กำหนดตำแหน่งปลัดอบต.ระดับ ๘

          เรื่องนี้ ผมได้สอบถามผอ.ศิริวัฒน์ฯ เมื่อวานนี้ และได้สอบถาม ท่านปลัดอำพล กิตติอำพล ในฐานะอนุกรรมการฝ่ายโครงสร้างฯใน ก.อบต. และคณะทำงานที่จัดทำเรื่องนี้ ได้แจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๕ คณะทำงานฯได้ให้ความเห็นชอบร่างปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มี ๔ ด้าน รวม ๑,๐๐๐ คะแนน โดยอบต.ที่จะขอกำหนดตำแหน่งปลัดอบต.ระดับ ๘ ได้ต้องได้คะแนนร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป หรือ ๘๐๐ คะแนน ทั้งนี้ ปลัดอำพล แจ้งให้ทราบว่า พยายามต่อรองคะแนนลงมาให้เหลือ ๗๕๐ คะแนน ซึ่งยังไม่สำเร็จ จะพยายามไปผลักดันในชั้นของคณะอนุกรรมการโครงสร้างฯ ซึ่งจะมีการประชุมวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ นี้ หากยังไม่สำเร็จก็คงต้องให้ ก.อบต.เป็นผู้พิจารณาในชั้นสุดท้าย โดย ผอ.ศิริวัฒน์ฯได้ให้ความหวังว่า หากอนุโครงสร้างฯไม่แก้ไขหรือติดใจอะไรมาก ก็จะสามารถเสนอ ก.อบต.ได้ทันในการประชุมปลายเดือนมกราคม ๒๕๕๕ นี้ และผอ.ศิริวัฒน์ รับปากจะนำมาอธิบายชี้แจงต่อพวกเราที่เป็นปลัดอบต.ในเวทีแรกหลังการประชุม ก.อบต.เดือนมกราคมนี้ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในงานประชุมสัมมนาทางวิชาการประจำปี ๒๕๕๕ ที่จัดโดยสมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ที่ผอ.ศิริวัฒน์ฯมีกำหนดการจะมาบรรยายในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ (ดูรายละเอียดคลิกที่นี่) โดยส่วนตัวผมเข้าใจว่า ก.อบต.ไม่น่าจะมีเหตุผลใดอีกที่จะผลัดวันประกันพรุ่งให้เรื่องนี้ยืดเยื้อออกไปอีก ดังนั้น จึงคิดว่า เดือนมกราคม ๒๕๕๕ นี้ หลักเกณฑ์กำหนดตำแหน่งปลัดอบต.ระดับ ๘ คงผ่านที่ประชุม และน่าจะส่งให้ ก.อบต.จังหวัดออกเป็นหลักเกณฑ์จังหวัดภายในเดือนกุมภาพันธ์ หรืออย่างช้าก็ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ ส่วนจะทันการสอบเลื่อนระดับในรอบเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ หรือไม่ คิดว่าอยู่ที่ ก.อบต.จังหวัดแต่ละจังหวัดจะดำเนินการได้เร็วหรือช้าเท่านั้นครับ

          สมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่น เสนอให้แก้ไขมาตรฐานทั่วไป

          เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๕ ผมได้ยื่นหนังสือต่อประธาน ก.อบต.ผ่านท่านวีระวัฒน์ ชื่นวาริน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ก.อบต. และยื่นต่อ ฯพณฯ ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธาน ก.อบต. โดยตรงอีกฉบับหนึ่ง เพื่อให้มีการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ของ ก.อบต.ประกอบด้วย

(๑)  หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการโอน(ย้าย) ระหว่างพนักงานเทศบาล กับ พนักงานส่วนตำบล หรือ ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรณี โอน (ย้าย) สับเปลี่ยนระหว่างกัน ปัจจุบันไม่สามารถโอน(ย้าย)สับเปลี่ยนกันได้  ซึ่งเป็นการขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของข้าราชการส่วนท้องถิ่น และไม่สนับสนุนให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างองค์กร  จึงขอให้แก้ไข้ให้สามารถโอน(ย้าย)สับเปลี่ยนกันได้

(๒)  หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้พนักงานส่วนตำบล พนักงานเทศบาล สายงานบริหาร เลื่อนตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ที่กำหนดให้มีคณะกรรมการสอบคัดเลือกจาก นายกเทศมนตรี หรือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล แล้วแต่กรณี และให้ผู้บริหารท้องถิ่นเป็นผู้เสนอรายชื่อคณะกรรมการ ซึ่งเห็นว่าไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการสรรหา ที่มีความประสงค์ต้องการให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นสายงานบริหาร ผู้มีทักษะความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์สูง สามารถได้เลื่อนตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งหลักเกณฑ์ปัจจุบันเอื้อต่อการใช้ดุลยพินิจที่ไม่เป็นไปตามหลักคุณธรรม  ทำให้ผู้เข้าสอบคัดเลือกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหลักเกณฑ์ดังกล่าว จึงเห็นควรให้มีการแก้ไขให้การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบคัดเลือก เป็นอำนาจของ ก.จังหวัด หรือ ก.กลาง แทน และไม่ควรให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นคณะกรรมการสอบคัดเลือกในครั้งนั้น

(๓)  หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการโอน(ย้าย)กรณีเกิดความขัดแย้งระหว่างข้าราชการส่วนท้องถิ่น กับผู้บริหาร หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่นกับผู้นำชุมชน หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการให้บริการประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว มิให้ความขัดแย้งเป็นอุปสรรคต่อการดูแลทุกข์สุขแก่ประชาชน  แต่ในช่วงที่ใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าว  นอกจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเพื่อนำไปสู่จุดมุ่งหมายดังกล่าวได้แล้ว  แต่กลับสร้างปัญหาความขัดแย้งที่บานปลายนอกจากความขัดแย้งภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ยังเพิ่มความขัดแย้งไปยัง คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัด คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมากขึ้นด้วย ดังจะเห็นได้จากหลายกรณีที่ปรากฎตามสื่อมวลชน และปรากฎต่อคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล หรือคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบลอยู่แล้ว  จึงขอเสนอมีการยกเลิกหลักเกณฑ์ดังกล่าว หรือปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพโดยรับฟังความเห็นจากผู้แทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น และผู้แทนของฝ่ายผู้บริหารท้องถิ่นด้วย

ป.พิพัฒน์ ยื่นหนังสือต่อ รมช.มหาดไทย ณ กระทรวงมหาดไทย เมื่อ ๒๗ ธ.ค. ๕๔ ป.พิพัฒน์ ยื่นหนังสือต่อ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อ ๒๗ ธ.ค.๕๔

 

(๔)  หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการเป็นพนักงานเทศบาลหรือพนักงานส่วนตำบลเป็นกรณีพิเศษโดยไม่ต้องสอบแข่งขัน สำหรับตำแหน่ง ลูกจ้างประจำที่มีวุฒิการศึกษาและมีประสบการณ์ เนื่องจากลูกจ้างประจำเป็นบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการทำงานให้กับเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่การจัดตั้งเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล แต่เนื่องจากลูกจ้างประจำเหล่านี้ไม่มีโอกาสได้อ่านหนังสืออย่างเพียงพอเพื่อเข้าสอบแข่งขันในการสอบของหน่วยงานภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ต้องปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม  ประกอบกับตำแหน่งลูกจ้างประจำที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก.จ. ก.อบต. และก.ท. ได้มีมติให้ยุบตำแหน่งเมื่อตำแหน่งว่าง และจะไม่สามารถโอน(ย้าย)ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ได้ ทำให้ลูกจ้างประจำจำนวนดังกล่าว ไม่มีโอกาสได้พัฒนาตนเองและได้รับความเป็นธรรมอย่างเพียงพอจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองได้ปฏิบัติหน้าที่มาอย่างยาวนาน  ดังนั้น  ลูกจ้างประจำจึงได้ร้องขอให้สมาคมฯได้ประสานขอความอนุเคราะห์จากคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล ได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ลูกจ้างประจำที่มีประสบการณ์และมีคุณวุฒิตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของพนักงานเทศบาล หรือพนักงานส่วนตำบล ได้มีโอกาสสอบคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษโดยไม่ต้องสอบแข่งขัน เช่นเดียวกันกับตำแหน่ง ผู้ช่วยครูอนุบาลและปฐมวัย ที่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ให้สามารถสอบคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษโดยไม่ต้องสอบแข่งขัน

          โดย ท่านวีระวัฒน์ฯ ได้รับปากดูแลให้โดยจะมอบให้ ผอ.พิษณุ พรหมจารีย์ ผอ.สำนักพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลฯ รับไปดำเนินการ ส่วนท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งให้ทราบว่า กำลังให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันอยู่แล้ว

          ครับสำหรับวันนี้ ก็ขอลาไปก่อนครับ อย่าลืมหากต้องการให้กำลังใจกัน ก็เชิญมาพบปะกันในการประชุมสัมมนาทางวิชาการประจำปี ๒๕๕๕ เรื่อง ทิศทางการพัฒนาท้องถิ่นภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ ระหว่างวันที่ ๑ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ นี้ ที่จังหวัดเชียงใหม่ นะครับ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ.

 

 

พิพัฒน์  วรสิทธิดำรง

กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น

เฟชบุ๊ค : http://www.facebook.com/phiphatw

อีเมล์ : phiphatw@hotmail.com

๖ มกราคม ๒๕๕๕

 
ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  1
วันเวลาที่เขียน :  13 ม.ค. 55 12:39:35 น.
 

สิ่งหนึ่งที่ข้าราชการอื่น มองท้องถิ่น ก็คือ เรื่องค่ารักษาพยาบาลนี่แหละครับ  ความจริงกองทุนนี้ควรมีตั้งนานแล้ว ในเมื่อไม่ให้พนักงานเบิกตรงค่ารักษาพยาบาล ก็ควรมีกองทุนให้

เพื่อลบความรู้สึกของพนักงานท้องถิ่น ที่ว่า เป็นข้าราชการชั้น 2

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  2
วันเวลาที่เขียน :  08 ม.ค. 55 21:16:33 น.
 

 ท่านได้ต่อสู้เป็นขวัญกำลังใจให้อีกหลายๆคนไม่ย่อท้อต่อสู้อย่างแข็งขันต่อไป

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  3
วันเวลาที่เขียน :  06 ม.ค. 55 17:54:02 น.
 

 ขอเป็นกำลังใจให้อีกท่านครับ

 


กระดานสนทนา แสดงความคิดเห็น
 
เข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น  
ชื่อผู้ใช้ : 
รหัสผ่าน : 
รหัสตรวจสอบ :  รหัสตรวจสอบ  ตัวเล็ก ตัวใหญ่ มีผลต่างกัน
พิมพ์รหัสตรวจสอบ : 
   
 

 

ข่าวสารบ้านเมือง : Bangkok Post | กรุงเทพธุรกิจ | ข่าวสด | คม ชัด ลึก | ฐานเศรษฐกิจ | เดลินิวส์ | ไทยรัฐ | แนวหน้า | บ้านเมือง | ประชาชาติธุรกิจ | ผู้จัดการ
มติชน | สยามธุรกิจ | สยามรัฐ | อ.ส.ม.ท | ไทยโพสต์ | ไทยนิวส์ | เชียงใหม่นิวส์ | สถานีโทรทัศน์ AStv สถานีโทรทัศน์ Nation | รับชมทีวีจากเว็บผ่านทรู
รวมเว็บบอร์ด : กรมส่งเสริมฯท้องถิ่น | สายตรงสนง.ท้องถิ่น ชม. | ชมรมนิติกรอปท. ชมรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯชมรมนักวิชาการศึกษา ชมรมช่างโยธาไทย
ชมรมจนท.จัดเก็บรายได้ ชมรมนักพัฒนาชุมชน | ชมรมเจ้าหน้าที่ธุรการ ชมรมเจ้าหน้าที่พัสดุ
..   ..  ..  ..
..
Copyright © 2009 All Rights Reserved. by www.thailocalgov.com : Thailand