ชวนคุยเรื่องท้องถิ่น :  ความเหลื่อมล้ำของตำแหน่งนักวิชาการศึกษา
ชื่อผู้เขียน : ผู้ดูแลระบบ
วันเวลาที่เขียน :  18 พ.ย. 54     จำนวนผู้เยี่ยมชม :  31461  คน
ดาวน์โหลด   ไม่มีไฟล์เอกสาร
 
 

            สวัสดีครับ เพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน  ช่วงนี้ เห็นน้ำท่วมแล้วเหนื่อยใจแทนคนที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำครับ ยิ่งเห็นข่าวกรณีการนิรโทษกรรมปีนี้ สังหรณ์ใจขึ้นมาทันทีตามความรู้สึกของคนชอบติดตามข่าวการเมือง เชื่อว่า หากรัฐบาลยังดื้อดึงเข็นร่างพรฎ.นิรโทษฉบับนี้ออกมาใช้บังคับ คำทำนายของผู้หยั่งรู้หลายคนที่ทักไว้ล่วงหน้าว่า "น้ำลด นองเลือด" เห็นแววว่าจะเป็นเช่นนั้น ฉะนั้น นี่ยังไม่รวมถึง ผู้รู้ทางศาสตร์ลึกลับเกี่ยวกับการทำนายล่วงหน้าเป็นร้อย ๆ ...ปี ที่ระบุว่า ปลายปี 2555 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่กับมวลมนุษยชาติของโลก หนึ่งในนั้นคือ "ปู่อินทร์ตาทิพย์" แห่งเขาตำแย จังหวัดนครราชสีมา ใครอยากอ่านลองค้นหาใน google ดูว่า ปู่อินทร์ตาทิพย์ อายุ 110 ปีนั้นทำนายไว้อย่างไร ดังนั้นฝากพวกเราตั้งใจทำงาน และมีความสุขกับคนที่เรารัก เคารพ บูชา ก่อนที่พรุ่งนี้อาจไม่มีวันที่เราฝันถึงครับ.....

          วันนี้ มีเมล์ของนักวิชาการศึกษาท่านหนึ่งขอเสนอความเห็นเกี่ยวกับการที่ ก.กลางได้ออกหลักเกณฑ์เทียบโอนตำแหน่งของข้าราชการส่วนท้องถิ่นในการโอนไปเป็นข้าราชการครู (kanthasorn.n@windowslive.com) มาร่วมกันฟังความเห็นจากท่านนี้ด้วยกันครับ....

เรียน ป.พิพัฒน์ที่เคารพและนับถือ

อ้างถึง  1.หนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด่วนที่สุด ที่ มท  0809.4/ว.103 ลงวันที่ 2  สิงหาคม 2550

          2.หนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.2/ว 20 ลงวันที่ 12  พฤศจิกายน 2552

          3. หนังสือหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด่วนที่สุด ที่ มท  0809.9/ว 11 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 เรื่อง  หลักเกณฑ์และวิธีการโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นและข้าราชการอื่น 

 

                    ผมมีเรื่องไม่สบายใจเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำ และความไม่เสมอภาคของการออกหลักเกณฑ์ของ มติ สำนักงาน ก.จ. ก.ท. และก.อบต. เรื่องการเทียบโอนตำแหน่งนักวิชาการศึกษาไปดำรงตำแหน่งครู ค.ศ.1 ในสังกัดท้องถิ่น ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของ สำนักงาน ก.ค.ศ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกหลักเกณฑ์ และวิธีการโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นและข้าราชการอื่น  มาบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามหนังสือที่อ้างถึง ข้อ 2 ที่สามารถรับโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติประกอบวิชาชีพครู ที่เริ่มต้นจากระดับ 3-6 ได้ แต่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยังไม่เปลี่ยนหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับ สำนักงาน ก.ค.ศ. ทีได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วตามหนังสือที่อ้างถึง ยิ่งซ้ำร้ายกว่านั้นได้ออกมติคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท) ในการประชุมครั้งที่ 1/2554 เมื่อวันที่ 31  มกราคม 2554 มีมติเห็นชอบให้ออกประกาศคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล เรื่อง การเทียบตำแหน่งและอันดับเงินเดือน สำหรับการโอน ย้าย  พนักงานส่วนท้องถิ่น หรือข้าราชการประเภทอื่น เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสายงานการสอน ตำแหน่งครู คศ.1 ประกาศดังกล่าวมีผลให้ใช้กับข้าราชการหรือพนักงานครูและบุคลากรทางการศึกษาที่อยู่ในระบบวิทยฐานะขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์การบริหารส่วนตำบลโดยอนุโลม ซึ่งจากการสอบถามทางโทรศัพท์ไปที่กรมฯ ได้รับคำตอบว่าพนักงานท้องถิ่นที่โอนย้ายจากตำแหน่งนักวิชาการศึกษา ระดับ 3-6 จะต้องยึดตามหลักเกณฑ์ที่ สำนักงาน ก.จ. ก.ท. และก.อบต. ได้กำหนดไว้ ตั้งแต่ปี 2550 (ตามหนังสือที่อ้าง 1) และหลักเกณฑ์ที่ออกมาใหม่ล่าสุดนี้ไม่ครอบคลุมถึงพนักงานท้องถิ่นที่โอนมาก่อนมีมติ ก.กลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจและความก้าวหน้าในวิชาชีพเป็นอย่างยิ่งถ้าเทียบกับพนักงานส่วนท้องถิ่นที่โอนไปเป็นครูสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และพนักงานส่วนท้องถิ่น ระดับ 3-6 ที่โอนมาเป็นครูตามมติ สำนักงาน ก.จ. ก.ท. และก.อบต. ล่าสุด สามารถที่จะดำรงตำแหน่ง ครู คศ.1  ได้เลย ถ้าเทียบกับผมและเพื่อนพนักงานครูท้องถิ่นคนอื่น ที่โอนจากพนักงานส่วนท้องถิ่น ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา 5 ตั้งแต่ วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 จะต้องเป็นครูผู้ช่วยต่อไปตามหลักเกณฑ์เดิม จนครบ 2 ปี ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2555 ซึ่งทำให้เสียสิทธิในการครองตำแหน่งครู คศ.1 ที่จะต้องทำวิทยฐานะชำนาญการ(ครู ค.ศ. 2) เพราะจะปรับเป็นครู คศ.2 ได้จะต้องครองตำแหน่งครู คศ.1 สำหรับ ปริญญาตรี  6  ปี และปริญญาโท 4 ปี

          ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการที่ สำนักงาน ก.จ. ก.ท. และก.อบต. ไม่อนุโลมใช้หลักเกณฑ์ของ สำนักงาน ก.คศ. ตามหลักเกณฑ์ที่อ้างถึง ข้อ 2 ซึ่ง มีผลตั้งแต่ ปี  2552 เป็นต้นมาแต่สำนักงาน ก.จ. ก.ท. และก.อบต. ยังใช้หลักเกณฑ์เดิมอยู่ ซึ่งทำให้พนักงานท้องถิ่นเสียสิทธิประโยชน์และไม่ได้รับความเสมอภาคทัดเทียมกับครูสังกัด สพฐ.เลย   

               ในขณะที่ ครูสพฐ.ได้เทียบตำแหน่ง พนักงานส่วนท้องถิ่น ซี 3- 6  เป็นต้นไป เทียบเท่ากับครูค.ศ. 1 แต่ในเวลาเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอง กับไม่ปรับให้เรามีสิทธิเท่าเทียมกับสพฐ. ยิ่งกว่านั้นได้ออกหลักเกณฑ์ตามหนังสือ สำนักงาน ก.จ. ก.ท. และก.อบต. ที่ มท 0809.9/ว11 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการบริหารงานบุคคลพนักงานครูและบุคลกรทางการศึกษา ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 ที่ไม่ครอบคลุมและเอื้อต่อสิทธิอันพึงชอบของพนักงานท้องถิ่นที่โอนย้ายก่อนหลักเกณฑ์ล่าสุดนี้

                   เพื่อเป็นการเรียกร้องสิทธิประโยชน์อันชอบธรรมของพนักงานท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการไม่ได้รับการอนุโลมตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน กคศ. และการออกหลักเกณฑ์ล่าสุดของสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และก.อบต. ที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล่ำและไม่เสมอภาค จึงขอความอนุเคราะห์ ป.พิพัฒน์หาแนวทางที่จะไม่ให้พนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้

                    คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ก็ช่วยกันพิจารณารวมถึงท่านที่เป็นผู้แทน ก.กลางทั้งหลาย ก็ขอให้รับฟังน้อง ๆ เขาด้วยนะครับ วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ

 

พิพัฒน์  วรสิทธิดำรง
กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น
๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

 
ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  1
วันเวลาที่เขียน :  14 ธ.ค. 54 17:00:56 น.
 

เป็นการเห็นแก่ตัวของพวกหนีตาย  โดยการฮั้วกันออกใบปริญญาแบบไม่มีคุณภาพ แล้วทำให้มาตราฐานข้าราชการส่วนท้องถิ่นตกต่ำ เพราะเอาคนที่ไม่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงมาเป็นข้าราชการครูที่เป็นผู้ดูแลเด็ก

 

ข้ามหัวบุคลากรด้านการศึกษาตัวจริง คุณเทพสุริยาทำเอกสารไม่กี่แผ่นก็ทำให้ลูกจ้างที่วันๆเอาแต่เลี้ยงเด็ก เป็นข้าราชการครู  แต่นักวิชาการศึกษา และหัวหน้า / สว่น กอง สำนัก ไม่ใช่ข้าราชการครู ตลกร้ายนะ.......... บอกว่าไม่ได้สอนหนังสือ   //// แล้วผู้บริหารโรงเรียน / สถานศึกษา เขาสอนหนังสือหรือเปล่า ถ้าไม่สอนก็ปลดเขาออกสิคุณพี่สุริยา ทำไมหลายมาตราฐานจัง ... เจตนาหรือเปล่า

 

แล้วอย่างนี้เสียระบบหมด  จะปกครองกันยังไง  .......  ตอนไปอบรมก็ไปบอกให้ ผดด.ที่เป็นข้าราชการแล้วไปแย่งตำแหน่งนักวิชาการศึกษาอีกหลายรอบ หรือเกือบทุกรอบ ............. ผมไม่รู้จะหาคำว่าอะไรมาใช้กับคน... อย่างนายเทพสุริยา

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  2
วันเวลาที่เขียน :  08 ธ.ค. 54 12:03:52 น.
 
ถึง คุณความคิดเห็นที่ 3...ผมโอนมาจากก.พ.เหมือนกัน...น่าจะเจอชะตากรรมเดียวกัน..ตอนนี้อยู่ในช่วงหารือ ก.เรื่องเงินตามวุฒิอยู่ผลร้องทุกข์เป็นเช่นไร..จะรอฟังข่าว..และขอเป็นกำลังใจให้ครับ..
 
 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  3
วันเวลาที่เขียน :  23 พ.ย. 54 09:33:08 น.
 

สู้ สู้

ขอเป็นกำลังใจ

ข้าราชการตามรัฐธรรมนูญ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  4
วันเวลาที่เขียน :  23 พ.ย. 54 09:32:01 น.
 
 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  5
วันเวลาที่เขียน :  21 พ.ย. 54 08:51:40 น.
 
เรื่องความเหลื่อมล้ำของตำแหน่งนักวิชาการศึกษา
                         ในความเป็นจริงแล้ว มิใช่เพียงตำแหน่งนักวิชาการศึกษาเท่านั้นนะคะ ที่เกิดความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรมความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรมที่กล่าวถึงนี้ จริงๆเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 53 เนื่องจากข้าราชการพลเรือนได้รับการปรับเงินเดือนให้สูงขึ้น โดยเทียบจากวุฒิการศึกษา ขอยกตัวอย่างกรณีใช้วุฒิปริญญาโทในการบรรจุนะค่ะ ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญใหม่ตั้งแต่ 1 ต.ค. 53 จะได้รับอัตราเงินเดือนเริ่มต้นที่ 12,000 บาท บรรจุใหม่ตั้งแต่ 1 เม.ย. 54 ได้รับอัตราเงินเดือนเริ่มต้นขั้นต่ำที่ 12,600 บาท โดยให้ยกเลิกบัญชีเงินเดือนเดิมคือ 9,700 บาท ดังนั้นจึงให้มีการเพิ่มเงินเดือนให้สำหรับข้าราชการที่บรรจุก่อน 1 ต.ค. 53 โดยใช้คำว่า เงินเดือนปรับเพิ่มตามคุณวุฒิโดยรวมเข้าไปในเงินเดือน เพื่อมิให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างข้าราชการที่บรรจุก่อน 1 ต.ค.53 และข้าราชการที่บรรจุใหม่ ทำให้ข้าราชการพลเรือนมีฐานเงินเดือนก้อนใหญ่ขึ้น เมื่อมีการปรับขั้นเงินเดือน หรือการคำนวณโบนัส ก็จะใช้ฐานเงินเดือนที่รวมเงินเดือนปรับเพิ่มตามคุณวุฒิเข้าไป ใช้ในการคำนวณด้วย ทำให้ข้าราชการพลเรือนมีอัตราเงินเดือนที่สูงขึ้น และสามารถนำไปใช้เป็นฐานเงินเดือนได้ตลอดอายุราชการ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการ
                      แต่ในขณะที่พนักงานส่วนท้องถิ่นก็มีการปรับเงินเพิ่มตามคุณวุฒินี้เช่นกัน ตาม ก.พ. แต่ไม่ได้เรียกว่าเงินเดือน เป็นเงินที่มีลักษณะคล้ายค่าครองชีพ คือ ให้ได้รับลดลง เมื่อเงินเดือนเพิ่มขึ้น และเมื่อเงินเดือนถึงจุดๆหนึ่งก็จะไม่ได้รับอีกต่อไป อีกทั้งเงินเพิ่มตามคุณวุฒิก็จะไม่ได้นำมารวมเป็นฐานเงินเดือนในการคำนวณโบนัสหรือการปรับขั้นเงินเดือนแต่ละครั้งแม้ในขณะที่ประกาศใช้อาจจะเหมือนกับว่าพนักงานส่วนท้องถิ่นได้รายรับรวมเท่าๆกับข้าราชการพลเรือนเพราะเงินเดือนที่ปรับเพิ่มให้ข้าราชการพลเรือนนั้นพนักงานส่วนท้องถิ่นก็ได้รับเช่นกัน แต่อยู่ในรูปของเงินปรับเพิ่มตามคุณวุฒิแยกออกจากเงินเดือน แต่ในอนาคตเมื่อพนักงานส่วนท้องถิ่นได้เงินปรับเพิ่มตามคุณวุฒิลดลงเรื่อยๆจนกระทั่งไม่ได้รับอีก เมื่อนั้นจึงจะเห็นความแตกต่างความไม่เท่าเทียมชัดเจนยิ่งขึ้นเพราะข้าราชการพลเรือนมีเงินปรับเพิ่มตามคุณวุฒิรวมอยู่ในเงินเดือนการเลื่อนขั้นเงินเดือนแต่ละครั้งจะทำให้เงินเดือนสูงขึ้นมากในขณะที่พนักงานส่วนท้องถิ่น ตัวอย่างวุฒิปริญญาโทยังคงอ้างตามบัญชีเงินเดือนเดิม คือ 1 ต.ค. 53 พนักงานส่วนท้องถิ่นยังคงใช้ฐานเงินเดือนเดิม คือ  9,700 บาท (เป็นอัตราที่ก.พ. ยกเลิกไปแล้ว ก.พ.ให้ใหม่ ณ 1 ต.ค. 53 เท่ากับ 12,000 บาท)และ ณ 1 เม.ย. 54 พนักงานส่วนท้องถิ่นที่บรรจุใหม่ จะได้เพิ่มอีก 5 % ตามมติครม.ทำให้เพิ่มจาก 9,700 บาท เป็น 10,190 (ปัดเศษเป็นจำนวนเต็ม)(ใช้ฐานเงินเดือนที่ ก.พ. ยกเลิกไปแล้ว ก.พ.ให้ใหม่ ณ 1 เม.ย. 54 ขั้นต่ำที่สุดคือไม่ต่ำกว่า 12,600 บาท) ดังนั้นการที่พนักงานส่วนท้องถิ่นให้เงินปรับเพิ่มตามคุณวุฒิแยกออกจากเงินเดือนและวันหนึ่งเงินปรับเพิ่มตามคุณวุฒินี้ก็จะไม่ได้รับอีกต่อไปเท่ากับว่าเกิดความเหลื่อมล้ำในระบบราชการไทย ความไม่เท่าเทียมหรือช่องว่างระหว่างข้าราชการพลเรือน และพนักงานส่วนท้องถิ่นขึ้นและจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการปรับเงินเดือน ทั้งรอบเดือนเม.ย.และต.ค.ของทุกปี รวมถึงการปรับอื่นๆตามนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนสิ้นอายุราชการซึ่งต้องใช้ฐานเงินเดือนในการคำนวณ
                          ดิฉันเป็นบุคคลหนึ่งที่โอนมาจากข้าราชการพลเรือน มาสังกัดยังส่วนท้องถิ่น โดยเดิมขณะที่เป็นข้าราชการพลเรือนได้รับเงินเดือนปรับเพิ่มตามคุณวุฒิ ณ 1 ต.ค. 53 และได้รับเงินเดือนเพิ่มอีก 5% ตามมติ ครม. ณ 1 เม.ย.54 ทำให้มีเงินเดือน 15,210 บาท (ดิฉันบรรจุก่อน 1 ต.ค. 53 วุฒิโท)  อีกไม่กี่เดือนต่อมาโอนมาสังกัดส่วนท้องถิ่น ได้รับการปรับลดเงินเดือนตามตารางเทียบเงินเดือนพนักงานส่วนท้องถิ่น ทำให้ได้รับเงินเดือน 15,000 บาท หลังจากนั้นอีกหลายเดือนต่อมามีคำสั่งให้แก้ไขเงินเดือนของดิฉัน โดยปรับเงินเดือนลดลงเหลือ 13,470 บาท เนื่องจากย้อนกลับไปนำเงินเดือนที่ได้รับก่อนปรับเงินเดือนเพิ่มตามคุณวุฒิ ณ 1 ต.ค. 53 เป็นเงินเดือนเทียบโอน หลังจากลดฐานเงินเดือนแล้ว ก็ถูกปรับลดอีกครั้งจากการนำฐานเงินเดือนก้อนเล็กลงนั้นมาคูณ 5% ตามมติ ครม. ที่ได้รับ ณ 1 เม.ย. 54 ซึ่งขณะนั้นยังเป็นข้าราชการพลเรือน แล้วจึงนำเงินเดือนนั้นมาปรับลดอีกครั้งตามตารางเทียบเงินเดือนพนักงานส่วนท้องถิ่น เท่ากับถูกย้อนกลับไปลดเงินเดือนถึง 2 ครั้งขณะที่ยังคงเป็นพลเรือน (ไม่รวมการลดเงินเดือนจากการเทียบตามตารางเทียบเงินเดือนพนักงานส่วนท้องถิ่นกับข้าราชการพลเรือน)  ทำให้ดิฉันถูกลดเงินเดือนทั้งสิ้น 1,740 บาท แต่ดิฉันได้รับเงินเพิ่มตามคุณวุฒิแทน 1,680 บาท แต่เงินเพิ่มนี้จะลดลงเรื่อยๆ และจะไม่ได้รับอีกเมื่อเงินเดือนถึงจุดๆหนึ่งที่กำหนดไว้ตามหนังสืออ้างอิง ซึ่งตามกฎหมายแล้ว การให้มีผลย้อนหลังจักต้องเป็นคุณ จะเป็นโทษมิได้ แต่ขณะนี้ดิฉันถูกลดเงินเดือนจากเงินเดือนเดิมสุดท้ายก่อนโอนย้าย ได้รับเงินเดือน 15,210 บาท แต่ตอนนี้เหลือเพียง 13,470 บาท (การย้อนหลังนี้ให้ผลเป็นโทษแก่ดิฉัน ซึ่งขัดกับหลักนิติปรัชญาสากล) และหากวันหนึ่งจะโอนกลับไปเป็นพลเรือน ดิฉันต้องกลับไปเริ่มต้นรับเงินเดือนที่ 13,470 บาท เพราะถือเป็นอัตราเงินเดือนปัจจุบันก่อนโอนกลับไปพลเรือน  ซึ่งตรงจุดนี้ดิฉันไม่ได้รับทราบเงื่อนไขทั้งหมดก่อน เนื่องจากมีการหารือของ ก.จ. และมีมติ หลังจากรับโอนดิฉันแล้วเป็นเวลาหลายเดือน (ขณะนี้ดิฉันกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการร้องทุกข์ค่ะ)
และขอให้กำลังใจกับทุกท่านที่รู้สึกถึงความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียม มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
 
ขอแนบรายนามเอกสารอ้างอิงดังนี้ค่ะ
1.      หนังสือสำนักงาน ก.พ. ด่วนที่สุด ที่ นร. 1008.1/ว 31 ลงวันที่ 17 กันยายน 2553  เรื่องการกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง
2.     หนังสือสำนักงาน ก.พ. ด่วนที่สุด ที่ นร. 1008.1/ว 9 ลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2554     เรื่องการกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง
3.     หนังสือสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ที่ มท 0809.5/ว 11 ลงวันที่ 19 เมษายน 2554 เรื่องประกาศ ก.จ., ก.ท. และ ก.อบต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดอัตราเงินเดือนและจำนวนเงินที่ปรับเพิ่ม สำหรับคุณวุฒิที่ ก.พ.,ก.จ., ก.ท. หรือ ก.อบต. รับรอง
4.     หนังสือสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ด่วนที่สุด ที่ มท 0809.5/ว 32 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2554 เรื่องประกาศ ก.จ., ก.ท. และ ก.อบต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดอัตราเงินเดือนและจำนวนเงินที่ปรับเพิ่ม สำหรับคุณวุฒิที่ ก.พ. หรือคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นรับรองว่าคุณวุฒินั้น เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง (ฉบับที่ 2)
5.       ที่ มท 0809.5/ว 40 ลงวันที่ 9 กันยายน 2554 เรื่องกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. หรือ ก.พ. รับรองหนังสือสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต.
 


กระดานสนทนา แสดงความคิดเห็น
 
เข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น  
ชื่อผู้ใช้ : 
รหัสผ่าน : 
รหัสตรวจสอบ :  รหัสตรวจสอบ  ตัวเล็ก ตัวใหญ่ มีผลต่างกัน
พิมพ์รหัสตรวจสอบ : 
   
 

 

ข่าวสารบ้านเมือง : Bangkok Post | กรุงเทพธุรกิจ | ข่าวสด | คม ชัด ลึก | ฐานเศรษฐกิจ | เดลินิวส์ | ไทยรัฐ | แนวหน้า | บ้านเมือง | ประชาชาติธุรกิจ | ผู้จัดการ
มติชน | สยามธุรกิจ | สยามรัฐ | อ.ส.ม.ท | ไทยโพสต์ | ไทยนิวส์ | เชียงใหม่นิวส์ | สถานีโทรทัศน์ AStv สถานีโทรทัศน์ Nation | รับชมทีวีจากเว็บผ่านทรู
รวมเว็บบอร์ด : กรมส่งเสริมฯท้องถิ่น | สายตรงสนง.ท้องถิ่น ชม. | ชมรมนิติกรอปท. ชมรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯชมรมนักวิชาการศึกษา ชมรมช่างโยธาไทย
ชมรมจนท.จัดเก็บรายได้ ชมรมนักพัฒนาชุมชน | ชมรมเจ้าหน้าที่ธุรการ ชมรมเจ้าหน้าที่พัสดุ
..   ..  ..  ..
..
Copyright © 2009 All Rights Reserved. by www.thailocalgov.com : Thailand