ชวนคุยเรื่องท้องถิ่น :  ตอบเมล์ : ห้ามสายปฏิบัติขึ้นเป็นรองปลัด./ปลัดฯ เสียงสะท้อนจากคนท้องถิ่น
ชื่อผู้เขียน : ผู้ดูแลระบบ
วันเวลาที่เขียน :  15 ส.ค. 54     จำนวนผู้เยี่ยมชม :  20298  คน
ดาวน์โหลด   ไม่มีไฟล์เอกสาร
 
 

ก.กลาง ห้ามสายงานปฏิบัติขึ้นเป็นรองปลัด / ปลัด อปท.
แล้วไฉน จึงให้คนที่ไม่ใช่เลือดท้องถิ่น ลงมาเป็นรองปลัดฯ / ปลัดฯ ได้
คนท้องถิ่นข้องใจ ก.กลางทำได้อย่างไร
-------------------------------------

 

          วันนี้ ขออนุญาตนำข้อความเมล์ของเพื่อนปลัดฯท่านหนึ่ง สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจ ซึ่งเรื่องนี้ ผมเคยสะท้อนปัญหาและมุมมองไปแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งนานมาแล้ว  แต่เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ก.กลาง (ก.จ. / ก.ท. / ก.อบต.) มีมติตรงกันกัน ห้ามมิใช่ สายงานปฏิบัติข้ามขึ้นไปเป็นรองปลัดฯ หรือ ปลัดฯ โดยไม่ผ่านหัวหน้าส่วนราชการ ซึ่งคนท้องถิ่นส่วนใหญ่คงเห็นด้วย แม้อาจมีหลายคนไม่เห็นด้วย แต่เรื่องนี้ คนท้องถิ่นส่วนใหญ่พอรับได้  แต่เมื่อแก้เรื่องนี้ ทำไม ก.กลาง ไม่ยอมแก้ไขเรื่อง การเปิดช่องให้ข้าราชการส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ข้ามหัวข้าราชการส่วนท้องถิ่น แต่งองค์ทรงเครื่อง ประทับทรง ลงมา (โอน) เป็นหัวหน้าพวกเขาเหล่านี้ด้วย ในตำแหน่ง รองปลัดฯ และบางแห่ง เป็นปลัดฯ ได้โดยไม่ผ่านการเป็นหัวหน้าส่วนราชการมาก่อน ดังเสียงสะท้อนหนึ่งที่ขอนำมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้

          "ผมเห็นมติ ก.อบต. เห็นชอบยกเลิกการสอบเปลี่ยนสายงานจากผู้ปฏิบัติไปเป็นสายงานผู้บริหาร (ปลัด/รองปลัด)  โดยหลักการก็เห็นด้วย  ส่วนตัวยกเลิกหรือไม่ยกเลิกไม่เป็นปัญหาสำหรับผม  เพราะผมได้สอบเปลี่ยนสายงานจากผู้ปฏิบัติเป็นผู้บริหาร (ปลัด อบต.) เมื่อครั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดสอบเมื่อปลายปี 2548  แต่ไม่ใช่เพราะตัวเองรอดแล้วจึงไม่เป็นปัญหา  แต่ที่พูดแบบนี้เพราะเห็นว่าระบบเดิมก็มีเหตุผล  ระบบใหม่ก็มีเหตุผล  แต่อย่าลืมว่าคนที่ไม่มีประสบการณ์บริหารเลยหรือไม่เคยทำงานเลยด้วยซ้ำ  พอจบมาแล้วสอบได้ก็มาทำงานในฐานะหัวหน้าสูงสุดของฝ่ายประจำ  นั่นก็คือ  ปลัด อบต. ที่บรรจุตั้งแค่ซี 3  ท่านยังทำงานได้และทำได้ดีด้วย  เพราะท่านเหล่านั้นเป็นผู้สร้างและต่อเติมให้ อบต.มีทุกวันนี้ได้  แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปก็เปลี่ยนแปลงได้ไม่มีปัญหา  แต่สิ่งที่อยากให้ดูแลและควรทำที่สุดโดยด่วนเมื่อยกเลิกหลักเกณฑ์นี้แล้ว  คือ การรับโอนข้าราชการประเภทอื่นมาดำรงตำแหน่งบริหาร  เพราะ ณ ปัจจุบัน  ไม่ว่าท่านจะเป็นข้าราชการพลเรือนตำแหน่งอะไร หากท่านดำรงตำแหน่งในสายวิชาการหรือไม่ก็ตาม หากเทียบเท่าระดับ 6 ขึ้นไป  ไม่ว่าอยู่กระทรวงทบวงกรมไหน หรือตำแหน่งอะไรก็ตาม หากมีวุฒิตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งปลัด/รองปลัด ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล/อบต.  เพียงให้หน่วยงานต้นสังกัดของข้าราชการพลเรือนผู้นั้นรับรองว่าตำแหน่งที่ดำรงอยู่เป็นตำแหน่งสายงานบริหาร โดย อปท.ไม่ได้ตรวจสอบด้วยซ้ำว่าลักษณะงานที่ทำเทียบได้กับตำแหน่งบริหารของ อปท.หรือไม่ บริหารงาน บริหารเงิน บริหารคนหรือเปล่า  บางท่านตำแหน่งเป็นหัวหน้างาน หัวหน้าฝ่าย  แต่ถามว่ามีงานให้บริหาร เงินให้บริหาร หรือลูกน้องให้บริหารหรือไม่  ตรงนี้ต้องพิจารณาด้วย  แต่ อปท.เราไม่ได้พิจารณาเลย ท่านเหล่านั้นก็สามารถโอนมาดำรงตำแหน่งปลัด/รองปลัดได้เลย  ถามว่าหากหลักเกณฑ์นี้ยังอยู่เป็นธรรมกับคนท้องถิ่นไหม  พวกนี้ไม่เคยทำงานท้องถิ่นด้วยซ้ำ  แต่สามารถข้ามหัวคนท้องถิ่นกระโดดมาเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นสูงได้เลย  เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงแล้วทั่วไป  และล่าสุดที่ยืนยันได้คือ  เทศบาลเมืองชุมพร  รับโอนนักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ (ระดับ 7) มาดำรงตำแหน่งรองปลัดเทศบาล  ถามว่าผิดไหม  ไม่ผิดหรอกเพราะหลักเกณฑ์เปิดช่องไว้  แต่ถามว่าหลักเกณฑ์นี้เป็นธรรมไหมกับคนท้องถิ่นไหม  คนที่ไม่เคยทำงานท้องถิ่นเลย กับคนที่ทำงานท้องถิ่นอยู่แต่เป็นสายปฏิบัติแล้วมาเป็นปลัด/รองปลัด  ท่านรับอย่างไหนได้มากกว่ากัน  ผมว่าผมรับอย่างหลังได้มากกว่า  และตำแหน่งที่โอนย้ายมาดำรงตำแหน่งปลัด/รองปลัด ส่วนใหญ่จะเป็น ปลัดอำเภอ  นักพัฒนาชุมชน  ซึ่งปัจจุบันตำแหน่งเหล่านี้ก็เป็นเพียงตำแหน่งในสายงานวิชาการเท่านั้น  แถม ก.พ. เองยังเทียบตำแหน่งปลัด/รองปลัด อปท. ระดับ 8 - 9 เป็นเพียงอำนวยการต้น/สูงเท่านั้นเมื่อเทียบกับระดับแท่ง  แต่ทำไมหลักเกณฑ์ท้องถิ่นกลับให้ข้าราชการประเภทอื่นขึ้นมาดำรงตำแหน่งสูงสุดของ ขรก.ท้องถิ่นได้โดยไม่ต้องไต่เต้ากันเลย  ฝากท่านติดตามเรียกร้องด้วย  เพราะท่านเป็นกำลังของคนท้องถิ่นที่พูดจริงทำจริง  ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้"
 

          ครับ เรื่องนี้ มิใช่เรื่องใหม่ ผมสะท้อนปัญหานี้ไปหลายครั้ง เพราะมันไม่ใช่เกิดขึ้นกับ เทศบาลเท่านั้น แต่ อบต. และอบจ.หลายแห่งก็ได้คนส่วนกลาง หรือส่วนภูมิภาคลงมา ทั้ง ปลัดอบจ. / ปลัดอบต. / ปลัดเทศบาล คนที่ไต่เต้า (มิใช่เอาเต้าไต่) มาตั้งแต่ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ นักพัฒนาชุมชน นิติกร บุคลากร คาดหวังจะไปดำรงตำแหน่ง รองปลัดฯ / ปลัดฯ แต่จู่ ๆ วันดีคืนดี ตนมีคุณสมบัติครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว กำลังจะขอให้มีการเปิดสอบคัดเลือก ปรากฎว่า พระเจ้าได้ส่งเทวดา จากฟากฟ้าลงมา นั่งในตำแหน่งที่หมายปองเสีย จึงทำให้คนท้องถิ่น บ่นน้อยใจในวาสนา ที่ไม่มีเงินทอง ไม่ได้เกิดเป็นลูกท่านหลานเธอ ไม่ได้เกิดมาเป็นเทวดา ที่จะสามารถอำนวยพรให้ผู้บริหารไว้วางใจหรือให้โอกาสไปรับใช้ได้ ผมคงไม่ต้องสาธยายไปมากกว่านี้ ว่า มีเหตุใดบ้างที่คนภูมิภาคสามารถข้ามหัวคนท้องถิ่นลงมาประทับองค์เป็นปลัดฯ หรือ รองปลัดฯ ได้โดยไม่ต้องผ่านหัวหน้าส่วนราชการ เหมือนคนท้องถิ่น เพราะมีสารพัดวิธีที่พวกเรารู้ ๆ กันอยู่ ดังนั้น หากปลัดอบจ. / ปลัดอบต. / ปลัดเทศบาล ที่นั่งสบายเป็น ก.กลางอยู่ตอนนี้ ไม่ร่วมกันระงับยับยั้งเรื่องนี้ไว้ อนาคตที่คนท้องถิ่นหวังอยากไปนั่งในตำแหน่ง ปลัดฯ ๘ ปลัดฯ ๙ หรือ ปลัดฯ ๑๐ คงชวดไปตาม ๆ กัน

 

ด้วยจิตคารวะ
พิพัฒน์  วรสิทธิดำรง
กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น
๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๔

 
ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  1
วันเวลาที่เขียน :  02 ก.ย. 54 20:09:58 น.
 

ได้อ่านการประชุม ก.กลาง แล้ว    ขอขอบคุณกรรการทุกท่านที่ให้ความยุติธรรมและให้โอกาสให้กับสายงานปฏิบัติ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  2
วันเวลาที่เขียน :  27 ส.ค. 54 12:44:53 น.
 

ขอแก้ไขข้อความคิดเห็นที่  1   ก.กลาง  เห็นใจสายบริหารยกเลิกมติที่เห็นชอบ  เมื่อวันที่  26  ก.ค. 54     แก้ไขเป็นเห็นใจสายงานปฎิบัติ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  3
วันเวลาที่เขียน :  27 ส.ค. 54 09:41:20 น.
 

มีปัญหาเกี่ยวกับการยอมรับความรู้ความสามารถของหัวหน้าสำนัก  จึงอยากให้กรมฯ เปิดสอบสายงานบริหาร  โดยการยกเลิกให้  อปท.สอบภายในเพราะดูแล้วไม่ได้คนที่มีความสามารถจริง   คิดว่า  อปท. จำนวนไม่น้อยเจอปัญหาเรื่องนี้   

โดยเฉพาะ ก.กลาง  เค้าส่งเสริมพวกท่านเหล่านี้  จึงควรเข้มงวดในการสอบหัวหน้าส่วน  เพราะอนาคตอันใกล้นี้สายงานบริหารก็จะมีโอกาสสูงเป็นรองปลัด/ปลัด  เพราะ  ก.  กลางได้กำจัดคู่แข่งของท่านแล้ว   (ห้ามสายงานปฏิบัติสอบรองปลัด/ปลัด)  ยินดีด้วยกับพวกท่าน  และขอแสดงความเสียใจกับสายงานปฏิบัติที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกว่าหัวหน้าส่วนบางคน  เนื่องจากบรรจุหลังหัวหน้าต้องทำใจ   สู้ต่อไป รับผิดชอบต่อหน้าที่ เผื่อสักวันหนึ่ง ก.กลาง  เห็นอกเห็นใจสายงานบริหารแล้วยกเลิกมติที่เห็นชอบ  เมื่อวันที่  26  ก.ค. 2554 

สุดท้ายอยากถามท่านปลัด/นายกที่เป็นตัวแทนของคนท้องถิ่น  ท่านเคยทราบปัญหานี้หรือเปล่า  คิดว่าคงไม่เคยเจอ  เพราะท่านก็เป็นผู้บริหาร 

 

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  4
วันเวลาที่เขียน :  25 ส.ค. 54 10:43:12 น.
 

ผมก็เป็นพนักงานส่วนตำบลสายงานผู้ปฏิบัติคนหนึ่ง ที่กำลังจะทำผลงานเป็นระดับ 6 ในตนปี 2555 แต่ในปี 2554 นี้มีผู้มีคุณสมบัติครบขอเปิดสอบคัดเลือกขึ้นเป็นหัวหน้าส่วนไปแล้ว โดยการเปิดสอบภายใน ก็รู้ ๆ กันอยู่นะครับว่ายังไงก็สอบผ่านอยู่แล้ว เลยไม่รู้อนาคตตนเองเลยว่าจะไปเอาความก้าวหน้าในสายงานได้ที่ใหน คิดแล้วเศร้าใจ ที่ใหนก็มีคนจองไว้หมดแล้ว ยิงมีมติ ก.กลาง มาห้ามสายงานปฏิบัติสอบคัดเลือกเป็น รองปลัด และ ปลัด อีก ยิ่งท้อไปกันใหญ่ ถ้าจะแก้ปัญหาให้ถูกจุดผมคิดว่า ทางกรมส่งเสริมน่าจะเป็นผู้เปิดสอบคัดเลือกสายงานผู้บริหารเอง และยกเลิกหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกโดย อปท.เอง และให้พนักงานส่วนตำบลทุกสายงาน ที่ดำรงตำแหน่งระดับ 6 และมีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าร่วมการสอบคัดเลือกพร้อมกันทั้งประเทศดีกว่า เพื่อที่จะได้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ มาปฏิบัติงาน เนื่องจากในปัจจุบัน เมื่อ อปท.เปิดสอบเอง ก็จะไม่ค่อยได้หรอกครับคนที่มีความรู้ความสามารถ จะได้ก็แต่คนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนก่อนเท่านั้นที่ได้ขึ้นก่อน นี่คือความเป็นจริงของ อปท. ทั้งประเทศในปัจจุบัน

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  5
วันเวลาที่เขียน :  23 ส.ค. 54 11:32:28 น.
 

ที่ อบต. มีปัญหาเรื่องการยอมรับรองปลัดฯ ที่มาจากสายปลัดมาก    มติ ก. คงจะมีเหตุผลเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน      แต่ก็ไม่เห็นด้วยที่ จะให้คนนอกมา  ทำให้คนในเสียกำลังใจ 

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  6
วันเวลาที่เขียน :  22 ส.ค. 54 15:38:28 น.
 

เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 12 ที่ว่า การยกเลิกสายงานปฏิบัติสอบปลัด/รองปลัด  เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ  แนวทางแก้ไข คือกรมส่งเสริมฯ ควรจัดให้มีการสอบหัวหน้าส่วน  ปลัด รองปลัด  ที่ส่วนกลาง  โดยให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบ ( ซี 6 ขึ้นไป)  ไม่แยกสายงานปฏิบัติหรือสายงานบริหารโดยการให้สอบด้วยกัน แล้วคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมจริงๆ  มาดำรงตำแหน่ง    มิใช่ ซี ถึงก่อนคนอื่นแล้วได้สอบ เนื่องจากคุณสมบัติครบคนเดียว บรรจุก่อนคนอื่นเขา  ยังไงก็สอบผ่านล้านเปอร์เซนต์)  แล้วท่านจะส่งเสริมเขาพวกนี้อีกหรือ?   ประเทศไทยจะก้าวหน้าหากส่งเสริมและสนับสนุนคนที่ควรได้รับการส่งเสริม  อย่ากีดกันและปิดโอกาสคนที่มุ่งมั่นและเสียสละในการทำงานเพียงแค่เป็นพวกเขาเป็นสายงานปฏิบัติ

       โดยหลักการแล้วเห็นด้วยกับการยกเลิกหลักเกณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้น  แต่ในการปฏิบัติงานจริงมันไม่ใช่    จึงอยากให้ ก.กลางทบทวนเรื่องนี้อีกครั้งก่อนนำร่างฯเสนอ รมต.มหาดไทยลงนาม

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  7
วันเวลาที่เขียน :  22 ส.ค. 54 15:36:00 น.
 

แล้วรักษาราชการหัวหน้าส่วนราชการมาแล้ว  6  ปี  มีโอกาศสอบเป็นรองปลัด / ปลัด  ได้หรือไม่

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  8
วันเวลาที่เขียน :  22 ส.ค. 54 12:02:19 น.
 

ผมเห็นด้วยกับการยกเลิกการสอบเปลี่ยนสายงานผู้ปฏิบัติมาดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ในตำแหน่งปลัด/รองปลัด ระดับ 6 ที่ต้องดำรงตำแหน่งผู้บริหารในระดับ 6 มาแล้วจึงจะเป็นผู้มีคุณสมบัติ เพราะการเป็นผู้บังคับบัญชาในชั้นสูงขององค์กรก็ควรที่จะต้องผ่านงานทั้งทางผู้ปฏิบัติ และงานทางสายงายผู้บริหารมาแล้ว แต่ต้องกำหนดระยะเวลาให้แน่นอนเช่น 1 ปี หรืออื่น  แต่ก็ต้องแก้ไขหลักเกณฑ์ไม่ให้ข้าราชการพลเรือนทำการข้ามหัวข้าราชท้องถิ่นมาดำรงตำแหน่ง ปลัด/รองปลัด เช่นกัน ถ้าจะมาเป็นได้ก็ต้องผ่านการเป็นผู้บริหารในตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการในท้องถิ่นมาก่อน อย่างน้อย 1 ปี เช่นกัน  ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ข้าราชการท้องถิ่นจะพอรับได้ ไม่ใช่ห้ามคนท้องถิ่นแต่ดันคนนอกแทนอย่างนี้ข้าราชท้องถิ่นในสายงานผู้ปฏิบัติก็เสียเปรียบอยู่วันยังค่ำ  ขอฝากเรื่องนี้ผ่านทางท่านปลัด และท่าน นายกฯ ที่เป็นผู้แทนใน ก.อบต.ช่วยรับฟังเสียงสะท้อนและรีบแก้ไขก่อนที่จะเสนอ ท่าน รัฐมนตรี ลงนามประกาศใช้นะครับ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  9
วันเวลาที่เขียน :  22 ส.ค. 54 10:33:23 น.
 

ทำไมไม่เห็นมีใครพูดถึงข้าราชการส่วนท้องถิ่นชั้นผู้น้อยบ้าง

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  10
วันเวลาที่เขียน :  21 ส.ค. 54 15:05:38 น.
 

การยกเลิกสายงานปฏิบัติสอบปลัด/รองปลัด  เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ  แนวทางแก้ไข คือกรมส่งเสริมฯ ควรจัดให้มีการสอบหัวหน้าส่วน  ปลัด รองปลัด  ที่ส่วนกลาง  โดยให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบ ( ซี 6 ขึ้นไป)  ไม่แยกสายงานปฏิบัติหรือสายงานบริหารโดยการให้สอบด้วยกัน แล้วคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมจริงๆ  มาดำรงตำแหน่ง    มิใช่ ซี ถึงก่อนคนอื่นแล้วได้สอบ เนื่องจากคุณสมบัติครบคนเดียว บรรจุก่อนคนอื่นเขา  ยังไงก็สอบผ่านล้านเปอร์เซนต์)  แล้วท่านจะส่งเสริมเขาพวกนี้อีกหรือ?   ประเทศไทยจะก้าวหน้าหากส่งเสริมและสนับสนุนคนที่ควรได้รับการส่งเสริม  อย่ากีดกันและปิดโอกาสคนที่มุ่งมั่นและเสียสละในการทำงานเพียงแค่เป็นพวกเขาเป็นสายงานปฏิบัติ

       โดยหลักการแล้วเห็นด้วยกับการยกเลิกหลักเกณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้น  แต่ในการปฏิบัติงานจริงมันไม่ใช่    จึงอยากให้ ก.กลางทบทวนเรื่องนี้อีกครั้งก่อนนำร่างฯเสนอ รมต.มหาดไทยลงนาม

 

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  11
วันเวลาที่เขียน :  17 ส.ค. 54 22:57:49 น.
 

 ตอบความคิดเห็นที่ 2  

 

ในความเห็นส่วนตัว เป็นได้ครับ  ตาม มติ ก.กลาง

ข้อ 1 ไม่ได้บอกไว้ว่าเป็นหัวหน้าส่วนมา กี่เดือน กี่ปี

ข้อ 2  เคยทำงานอยุ่ใน อบต. เทศบาล อบจ. มาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับแต่วันบรรจุ หรือ โอน(ย้าย)

ฟันธง ว่าเป็นหัวหน้าส่วน 3 เดือน ก็เป็นได้และ (ใครไม่ปฏิบัติตาม มติ ก.กลาง ก็ฟ้องศาลปกครองได้ และผิดตามมาตร 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ)

ใครเห็นต่างจากเนี

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  12
วันเวลาที่เขียน :  17 ส.ค. 54 15:27:22 น.
 

เป็นกำลังใจให้ชาวท้องถิ่นทุกคนค่ะ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  13
วันเวลาที่เขียน :  16 ส.ค. 54 15:23:56 น.
 

ก กลาง มีมติในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๔ เห็นชอบกำหนดหลักเกณฑ์ การสอบคัดเลือกปลัดหรือรองปลัดอบต.

  ของเดิม

1. ต้องดำรงตำแหน่งพนักงานส่วนตำบลไม่ต่ำกว่าระดับ 6

2. และเคยปฏิบัติงานในความรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ของ อปท. มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

  ของใหม่

1. ต้องดำรงตำแหน่งพนักงานส่วนตำบลตำแหน่งบริหารไม่ต่ำกว่า 6 (หัวหน้าส่วน)

2. และเคยปฏิบัติงานในความรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ของ อบต. มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

     รบกวนสอบถามว่าถ้าดำรงตำแหน่งบริหาร (หัวหน้าส่วน) อยู่ 3 เดือน  ตามคุณสมบัติในข้อ 1 และในข้อ 2 คือ ปฏิบัติงานในสายงานผู้ปฏิบัติตั้งแต่บรรจุแต่งตั้ง ถือว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติในการคัดเลือกรองปลัด อบต. ได้หรือไม่

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  14
วันเวลาที่เขียน :  16 ส.ค. 54 11:22:58 น.
 

ก.กลาง  ส่วนใหญ่เขาเป็นข้าราชการ  ก.พ.  (แค่นี้ก็น่าจะเข้าใจแล้วนะครับ)

ถ้าจะโทษ  ก็โทษพนักงานส่วนท้องถิ่น(ส่วนใหญ่)  ด้วยกันนี้หล่ะ  ที่ไม่มีความสามัคคี กันเอง  ไม่กระตือรือร้น  ไม่ดิ้นรน  ไม่ขวนขวาย  ไม่ทำอะไรเลย  ตราบใดตนเองยังไม่เดือดร้อนก็จะเป็นเช่นนี้ไปอีกนาน  ขนาดขอรายชื่อสนับสนุนการออกกฎหมาย  แค่  หมื่นรายชื่อ  ยังไม่ให้ความร่วมมือกัน  ก็ต้องยอมรับกรรมกันแต่โดยดี.......(ช่างน่าเศร้านัก)

 

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  15
วันเวลาที่เขียน :  16 ส.ค. 54 10:07:35 น.
 

 ก็เรามันข้าราชการชั้นสอง

 ข้าราชการตามรัฐธรรมนูญ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  16
วันเวลาที่เขียน :  16 ส.ค. 54 05:56:24 น.
 

ขอให้ก.กลางเร่งพิจารณาเรื่องนี้โดยด่วนด้วยครับ ตำแหน่งปลัด/รองปลัดฯ ไม่ควรเอาคนนอกเข้ามาเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันจะเสียกำลังใจ ในการ ทำงาน โดยเฉพาะคนนอกที่ไม่มีประสบการณ์ทางด้านท้องถิ่นเลย  ก็ต้องมาทดลองงาน  เรียนรู้งานกันใหม่ ไม่ต่างกับข้าราชการบรรจุใหม่ แล้วอย่างนี้จะเรียกว่า บริหารงานเป็น ทำงานเป็น เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนได้อย่างไร

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  17
วันเวลาที่เขียน :  16 ส.ค. 54 05:51:33 น.
 
 


กระดานสนทนา แสดงความคิดเห็น
 
เข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น  
ชื่อผู้ใช้ : 
รหัสผ่าน : 
รหัสตรวจสอบ :  รหัสตรวจสอบ  ตัวเล็ก ตัวใหญ่ มีผลต่างกัน
พิมพ์รหัสตรวจสอบ : 
   
 

 

ข่าวสารบ้านเมือง : Bangkok Post | กรุงเทพธุรกิจ | ข่าวสด | คม ชัด ลึก | ฐานเศรษฐกิจ | เดลินิวส์ | ไทยรัฐ | แนวหน้า | บ้านเมือง | ประชาชาติธุรกิจ | ผู้จัดการ
มติชน | สยามธุรกิจ | สยามรัฐ | อ.ส.ม.ท | ไทยโพสต์ | ไทยนิวส์ | เชียงใหม่นิวส์ | สถานีโทรทัศน์ AStv สถานีโทรทัศน์ Nation | รับชมทีวีจากเว็บผ่านทรู
รวมเว็บบอร์ด : กรมส่งเสริมฯท้องถิ่น | สายตรงสนง.ท้องถิ่น ชม. | ชมรมนิติกรอปท. ชมรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯชมรมนักวิชาการศึกษา ชมรมช่างโยธาไทย
ชมรมจนท.จัดเก็บรายได้ ชมรมนักพัฒนาชุมชน | ชมรมเจ้าหน้าที่ธุรการ ชมรมเจ้าหน้าที่พัสดุ
..   ..  ..  ..
..
Copyright © 2009 All Rights Reserved. by www.thailocalgov.com : Thailand