บทความที่น่าสนใจ :  กรรมแก้อย่างไร
ชื่อผู้เขียน : ผู้ดูแลระบบ
วันเวลาที่เขียน :  09 พ.ค. 54     จำนวนผู้เยี่ยมชม :  2652  คน
ดาวน์โหลด   ไม่มีไฟล์เอกสาร
 
ภาพประกอบ
 

กรรมแก้อย่างไร

โดย หมอนิด (กิจจา ทวีกุลกิจ) http://www.mornid.com

มีคนจำนวนมากมักจะถามวิธีแก้กรรม... หรือพยายามดิ้นรนหาอาจารย์แก้กรรมให้ ซึ่งความจริงการแก้กรรมต่างๆนั้น คนอื่นไม่สามารถที่จะแก้ให้ใครได้เพราะกรรมใครก็กรรมมัน... แต่คนส่วนมากชอบของสำเร็จรูปไม่ชอบปรุงเอง มัวแต่วิ่งหาอาจารย์ต่างๆ แก้เคราะห์แก้กรรมให้... หากอาจารย์คนนั้นรับปากจะทำให้(จะเรียกเงินเรียกทองเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็ยินดีควักให้) พิธีนี้เรียกว่า ทำให้จิตผ่อนคลายเพราะจิตคิดว่าอาจารย์ได้สะเดาะเคราะห์แก้กรรมให้แล้ว แต่หารู้ไม่ว่ากรรมยังเกาะอยู่ มีแต่เงินทองที่เสียให้อาจารย์นั้นเบาไปจากกระเป๋าแล้วเท่านั้น... แต่กรรมไม่ได้เบาลงแต่อย่างไร... หากกรรมที่มีอยู่คนอื่นหรืออาจารย์ต่างๆแก้ให้ได้ป่านนี้... มหาเศรษฐีผู้เรืองอำนาจ... คงจะหมดเคราะห์หมดกรรมเข้าบ้านนอนได้แล้ว ไม่ต้องทัวส์เป็นนกขมิ้นเหลืองอ่อนค่ำไหนนอนนั่น รวมทั้งเจ้าพ่อภาคตะวันออกผู้โด่งดัง และอดีตนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่แห่งปากน้ำคงแก้เคราะห์แก้กรรมไปแล้วแต่ทำไมแต่ละคนจึงเข้าบ้านไม่ได้... ที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่อยากให้มีสติคิด

กรรมมีทั้งกรรมในอดีตชาติและกรรมในชาติปัจจุบัน... กรรมในชาติปัจจุบันเราสามารถหลีกได้ด้วยการไม่ก่อกรรมทำชั่ว... ไม่คิดร้ายผู้อื่น... ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร... ไม่คดโกงหรือทรยศใคร... พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะเกิดเป็นเวรเป็นกรรมต่อผู้อื่น... พยายามทำในสิ่งที่ดีสิ่งที่เป็นกุศลผลบุญและกุศลผลทานให้สม่ำเสมอ... มีความซื่อสัตย์รู้คุณบิดามารดาครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณ ซื่อตรงต่อหน้าที่และผู้ที่มาใช้บริการ... หมั่นรักษาศีลภาวนา... มีสัจจะมีคุณธรรมและเมตตาธรรม... หากทำได้เพียงเท่านี้กรรมก็จะไม่เกิด กรรมก็จะไม่มี มีแต่เทวดาคุ้มครองตัวเราตลอดไป

ส่วนกรรมในอดีตชาตินั้นไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้ซะเลยทีเดียว... เพียงแต่แก้ได้บางเรื่องหรือแก้จากหนักให้เบาลงบ้างเท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะแก้กรรมได้ทุกชนิด... การแก้กรรมในอดีตชาตินั้นต้องใช้เวลาและความอดทน ความตั้งใจและจริงใจที่จะทำ... ตัวเราเองแก้เองคือหนทางที่ถูกต้องที่สุดไม่ต้องไปให้หมอดูหรืออาจารย์ไหนแก้กรรมให้... ส่วนมากมีแต่หลอกลวงเกือบทั้งนั้นเชื่อเหอะ ตัวเราหิวข้าวแต่ให้คนอื่นกินแทนแล้วเราจะหายหิวหรือไม่... คนส่วนมากยอมเสียเงิน แต่ไม่ยอมเสียเวลา ความหมายคือยอมเสียเงินทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้กับบรรดาหมอดูหรืออาจารย์ที่รับแก้กรรมเท่าไหร่เท่ากัน... แต่ไม่ยอมเสียเวลาวันละชั่วโมง สองชั่วโมง มานั่งสวดมนต์ ภาวนาแล้วแผ่ให้กับเจ้ากรรมนายเวรด้วยตัวเอง... แต่เวลาไปร้องคาราโอเกะร้องกันได้ทั้งคืน... การหมั่นสวดมนต์ ภาวนาแล้วแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายจะเป็นสายตรงที่สุดและดีที่สุด... เวลาจะไปทำบุญตักบาตร ทำสังฆทานหรือทำบุญใดๆก็แล้วแต่ ขอให้เอ่ยปากชักชวนเจ้ากรรมนายเวรไปร่วมทำบุญด้วยกันทุกครั้งเจ้ากรรมนายเวรจะพึงพอใจที่สุด เพราะเขาเหล่านั้นไม่มีร่างเหมือนคน เวลาถวายของพระ เจ้ากรรมนายเวรก็จะได้ร่วมอนุโมทนากับเราด้วย และทุกครั้งหลังจากทำบุญแล้วก็ต้องกรวดน้ำแผ่ให้กับเจ้ากรรมนายเวรและขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายอโหสิกรรมให้กับเราด้วย เจ้ากรรมนายเวรของพวกเราทุกๆคน มีทั้งสัตว์ต่างๆและมนุษย์ในอดีต... การแก้กรรมที่ถูกต้องคือวิธีที่กล่าวมาแล้ว... กรรมของแต่ละคนมีไม่เหมือนกันและมีไม่เท่ากัน ตามที่เรียกกันว่ามีกรรมมากหรือกรรมน้อย... กรรมหนักหรือกรรมเบา... จงอย่าหลงเชื่อ คนรับแก้กรรม แต่ให้เชื่อว่ากรรมมีจริง... เพราะฉะนั้นในชาตินี้เราทุกคนยังโชคดีที่เกิดมาเป็น มนุษย์ ที่ยังมีโอกาสสร้างบุญและลดกรรมขึ้นอยู่ที่ คุณจะเลือกทำอะไร ระหว่างการทำบุญ... กับการก่อกรรม... คุณเป็นผู้กำหนดเอง

บุญเราสามารถทำได้ทุกวันเวลา การทำบุญนั้นไม่ต้องรอให้ถึงวันเกิดแล้วจึงมาทำบุญ เพราะทุกวันนี้เราเกิดอยู่ทุกวันยังหายใจอยู่ทุกวัน เราไม่ได้หายใจปีละครั้ง... การทำบุญไม่ต้องรอให้มีเคราะห์แล้วถึงทำ... ไม่ต้องรอให้หมอดูทักว่ามีเคราะห์แล้วจึงทำ... การทำบุญไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรือทุ่มเงินทำบุญ... บุญเกิดจากใจ... บุญเกิดจากเมตตา... บุญเกิดจากศีล... บุญเกิดจากการภาวนาคือสุดยอดของบุญ

บุญ ทาน... ควรจะมีให้ครบ... จงเป็นผู้ให้... แต่อย่าหวังเป็นผู้รับ อย่าไปหวังจะได้โชคลาภการทำทานควรจะทำด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยความปลื้มปิติ... อย่าทำบุญทำทานเพื่อหวังจะได้โชคลาภเป็นการตอบแทน... อย่าทำบุญเพื่อหวังจะให้พระช่วย... ตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน การไปกราบไหว้พระถ้าพระสงฆ์องค์นั้นมีศีลบริสุทธิ์เราก็ควรจะดีใจที่เราได้กราบสาวกขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า... นับว่าเป็นบุญเป็นที่สุดของชีวิต ที่ชาตินี้เราได้กราบพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีแล้ว

สามสิ่งที่มนุษย์ผู้ประเสริฐควรจะมีคือ... ทาน... ศีล.... ภาวนา... ผู้ใดมีแก้วทั้งสามประการนี้ท่านเปรียบได้เป็น... อริยบุคคล... ผู้ห่างไกลจากอเวจีทั้งปวง... ขอให้ทุกผู้นามเริ่มทำเริ่มปฏิบัติกันตั้งแต่นี้เป็นต้นไป... เวลาไม่เคยคอยใคร... อย่าให้ลมหายใจเสียไปโดยเปล่าประโยชน์... พุทโธ... พุทโธ... พุทโธ... ภาวนาให้เกิดสมาธิ... จากสมาธิแล้วก็มาสู่กัมมัฏฐาน(กรรมฐาน)... อย่าหลงอยู่กับสมาธิเพียงอย่างเดียว... ให้เพ่งอสุภะเข้าไว้เพราะนั่นคือทางสายเอกหรือทางสายตรงของกัมมัฏฐาน(กรรมฐาน) หากหลงอยู่กับสมาธิมันจะเกิดปิติสุขเพียงอย่างเดียว มันจะไม่สามารถถึงจุดหลุดพ้นได้... บางคนมีความสุขอยู่กับสมาธิจนไม่อยากก้าวข้ามจุดลุ่มหลงที่จิตกำลังเพลินกับความสุขที่ต้องก้าวให้พ้นความหลงจึงไปไม่ถึงนิพพานเป็นที่สุด(ผมเปรียบเหมือนยังเป็นลูกอ๊อดอยู่ หากมีจุดไหนหรือสิ่งใดที่เขียนผิดหรือเข้าใจผิดจากที่เขียนมานี้ ผมต้องขอกราบขอขมาครูบาอาจารย์และผู้รู้ทั้งหลายมา ณ ที่นี้ด้วย และขอความเมตตาช่วยชี้แนะสั่งสอนผมด้วยครับ)

ด้วยความเคารพ

หมอนิด(กิจจา  ทวีกุลกิจ)

09 พ.ย. 53

 
 

ข่าวสารบ้านเมือง : Bangkok Post | กรุงเทพธุรกิจ | ข่าวสด | คม ชัด ลึก | ฐานเศรษฐกิจ | เดลินิวส์ | ไทยรัฐ | แนวหน้า | บ้านเมือง | ประชาชาติธุรกิจ | ผู้จัดการ
มติชน | สยามธุรกิจ | สยามรัฐ | อ.ส.ม.ท | ไทยโพสต์ | ไทยนิวส์ | เชียงใหม่นิวส์ | สถานีโทรทัศน์ AStv สถานีโทรทัศน์ Nation | รับชมทีวีจากเว็บผ่านทรู
รวมเว็บบอร์ด : กรมส่งเสริมฯท้องถิ่น | สายตรงสนง.ท้องถิ่น ชม. | ชมรมนิติกรอปท. ชมรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯชมรมนักวิชาการศึกษา ชมรมช่างโยธาไทย
ชมรมจนท.จัดเก็บรายได้ ชมรมนักพัฒนาชุมชน | ชมรมเจ้าหน้าที่ธุรการ ชมรมเจ้าหน้าที่พัสดุ
..   ..  ..  ..
..
Copyright © 2009 All Rights Reserved. by www.thailocalgov.com : Thailand