บทความที่น่าสนใจ :  ปฏิรูปอย่างไรให้เกิดดุลยภาพ??
ชื่อผู้เขียน : ผู้ดูแลระบบ
วันเวลาที่เขียน :  03 ม.ค. 51     จำนวนผู้เยี่ยมชม :  1828  คน
ดาวน์โหลด   ไม่มีไฟล์เอกสาร
 
ภาพประกอบ
 

 บทความ : ปฏิรูปอย่างไรให้เกิดดุลยภาพ??
โดย สุรเชษฐ มโนมัยกิจ อนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมฯ สภาปฏิรูปแห่งชาติ
ได้ติดตามการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญของสภาปฏิรูปแห่งชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดว่าด้วยการปกครองท้องถิ่นซึ่งมีอยู่เพียง 6 มาตรา ( มาตรา 211 - 216 ) ซึ่งสะท้อนได้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่เข้าไปทำหน้าที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งการนำเสนอเพื่อผลักดันประเด็นสำคัญโดยกรรมาธิการแต่ละชุดตลอดจนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้ความสำคัญกับการออกแบบทิศทางการกระจายอำนาจเท่าที่ควรจนอาจกล่าวได้ว่าตีโจทย์การปฏิรูปท้องถิ่นไม่แตก อย่างไรก็ตามต้องขอชื่นชมการทำงานของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพราะเป็นงานที่ยากยิ่ง แต่ในที่นี้ผมใคร่ขอเสนอบางประเด็นเล็กๆในภาพรวมที่มหาศาลซึ่งเกินความสามารถในฐานะคนท้องถิ่นให้ร่วมกันขบคิดดังนี้
1. เรื่องการจัดโครงสร้างความสัมพันธ์ในการกำกับดูแลระหว่างรัฐส่วนกลางกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ผ่านมานักคิดนักวิชาการหลายๆท่านรวมทั้งผมเองด้วยเห็นว่า การกำกับดูแลนั้นเป็นอำนาจของรัฐบาล หากแต่ว่าถ้าจะออกแบบให้รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในหลักการที่จะให้การกำกับดูแลเป็นไปเท่าที่จำเป็นอันเป็นข้อความคิดหลักในทางกฎหมายมหาชน ( contrôle hiérarchique) และอำนาจในการกำกับดูแล (contrôle de tutelle) นั้น ควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีโครงสร้างการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นในการกำกับดูแลเพื่อก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า"แนวทางกำกับดูแลอย่างบูรณาการร่วมกัน" ระหว่างรัฐบาล ( ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ) กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านโครงสร้างคณะกรรมการหรือสภาการท้องถิ่นแห่งชาติจตุภาคีซึ่งอยู่นอกระบบกระทรวงมีฐานะเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ( ไม่ใช่องค์กรอิสระ ) โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกที่มอบหมายเป็นประธานและมีองค์ประกอบของส่วนราชการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตัวแทนท้องถิ่นทั้งผู้บริหารและปลัดท้องถิ่น ที่จะทำหน้าที่พูดคุยหารือกลั่นกรองประเด็นสาระสำคัญในบรรดามาตรการการกำกับดูแลต่างๆอย่างเข้าใจร่วมกันอันจะสร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือที่เกิดผลิตผลอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลภายใต้หลักการที่เห็นตรงกันว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำบริการสาธารณะในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ข้อเสนอต่างๆจากองค์กรที่จะสร้างให้เกิดขึ้นนี้ในประเด็นที่มีหน่วยงานรองรับก็สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ทันทีและหากเป็นประเด็นที่สำคัญก็จะถูกนำไปพิจารณาในคณะรัฐมนตรีอีกชั้นหนึ่งในฐานะฝ่ายบริหารสูงสุดของรัฐ โดยมีข้อมูลประกอบการพิจารณาที่รอบด้านครบถ้วนเพราะนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกที่ได้รับมอบหมายได้รับทราบรายละเอียดข้อมูลมาแต่ต้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นหลักการสำคัญที่จะควรต้องถูกบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญแต่ไม่ปรากฎและไม่มีการผลักดันจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังแต่อย่างใด
2. ในร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสอง "การจัดทำบริการสาธารณะใดที่ชุมชนหรือบุคคลสามารถดาเนินการได้โดยมีมาตรฐาน คุณภาพ และประสิทธิภาพไม่น้อยกว่าองค์กรบริหารท้องถิ่น รัฐหรือองค์กรบริหารท้องถิ่น ต้องกระจายภารกิจดังกล่าวให้ ชุมชนหรือบุคคลดังกล่าว ดำเนินการภายใต้การกากับดูแลที่เหมาะสม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ"
ในประเด็นนี้ผมมีความเห็นส่วนตัวว่าไม่ควรบัญญัติว่า "ต้อง" แต่ควรบัญญัติว่า "อาจ" ภายใต้เหตุผลว่าการจัดทำบริการสาธารณะถือเป็นอำนาจเอกสิทธิ์ของรัฐ แต่หากว่าเราจะกระจายอำนาจให้แก่ชุมชนหรือบุคคลกระทำการแทนถ้ามีความพร้อมก็ควรต้องให้ดุลพินิจแก่หน่วยงานภาครัฐพิจารณาโดยคำนึงถึงเสถียรภาพแห่งประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญด้วย มิฉะนั้นอาจเกิดผลกระทบต่อหลักการสำคัญของการจัดทำบริการสาธารณะ อาทิ ความต่อเนื่องของบริการสาธารณะ ความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการสาธารณะ ตลอดจน การปรับเปลี่ยนได้เสมอของบริการสาธารณะ และที่สำคัญอาจก่อให้เกิดการผูกขาดในระยะยาวที่กระทบต่อสาธารณะขึ้นได้ นอกจากนี้ในทางกฎหมายมหาชนและกฎหมายปกครอง หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครองย่อมต้องรับผิดได้ในทางปกครองและอยู่ภายใต้การควบคุมตรวจสอบของศาลปกครองงนี้แม้ว่าจริงอยู่ที่ว่าสาระรายละเอียดจะต้องไปตราเป็นกฎหมายอีกชั้นหนึ่ง แต่รัฐธรรมนูญในฐานะแม่บทก็ไม่ควรบัญญัติผูกมัดรัฐเช่นนั้น 
3. ประเด็นที่เป็นหัวใจหลักสำคัญนับตั้งแต่เราเริ่มต้นการปฏิรูปก็คือ ทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่าโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ของรัฐไทยของเราเสียดุลยภาพ จึงจำเป็นต้องปฏิรูปอย่างเร่งด่วน แต่ ณ ขณะนี้ผมไม่แน่ใจว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญลืมหลักการสำคัญนี้หรือยัง การออกแบบโครงสร้างโดยละเลยเรื่องดุลยภาพจะนำไปสู่วิกฤติครั้งใหม่อย่างแน่นอน ผมขอเรียนยกตัวอย่าง เช่น สมัชชาพลเมือง ซึ่งเป็นหลักการที่ดีมากในแง่ของการเสริมสร้างพลังภาคประชาชน ( Citizen ) ให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในการควบคุมตรวจสอบการดำเนินงานของภาครัฐ แต่ข้อที่น่ากังวลและอาจเกิดขึ้นได้คือถ้าการออกแบบโครงสร้างเช่นนี้อย่างขาดความรอบคอบในรายละเอียด ผลสุดท้ายที่เราไม่พึงปรารถนาอาจเกิดขึ้นถ้าองค์กรที่สร้างขึ้นใหม่ถูกบิดเบือนเจตนารมณ์ ( Abuse ) เช่นถูกครอบงำและใช้เป็นเวทีเครื่องมือทางการเมืองและส่งผลบั่นทอนประสิทธิภาพของการดำเนินงานภาครัฐในที่สุด เราจะเกิดปรากฎการณ์ของความชะงักงันในการทำหน้าที่ของบุคลากรภาครัฐโดยเฉพาะฝ่ายข้าราชการประจำที่จะทำงานชนิดปลอดภัยไว้ก่อน นั่นก็คือ ผลลัพธ์จะตกแก่ประชาชนนั่นเอง
4. สรุป ผมเชื่อว่าหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ย้อนกลับมาที่หลักการอันเป็นปฐมบทของปัญหาอย่างเข้าใจและไม่ละเลยในการสร้างดุลยภาพของสังคม เราก็จะมีรัฐธรรมนูญที่สอดรับกับสภาพบริบทของสังคมไทยและไม่เป็นความพยายามสร้างอุตมรัฐที่จะยากเกินกว่าเป็นจริงและนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งใหม่ไม่สิ้นสุด_
( ป.ล. ณ ขณะนี้มีแนวคิดให้ตรา พ.ร.บ.ว่าด้วยการพัสดุ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง หากแต่ว่าแนวคิดเพิ่มเติมที่ว่าให้มีคณะกรรมการกลางจัดซื้อจัดจ้างและตรวจรับพัสดุ/งานจ้าง สำหรับในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วด้วยความเคารพผมไม่เห็นด้วยเลย_วันนี้ยาวมากแล้วพรุ่งนี้ผมจะอธิบายเหตุผลให้ลองพิจารณากันดูครับ_สุรเชษฐ มโนมัยกิจ

 
 

ข่าวสารบ้านเมือง : Bangkok Post | กรุงเทพธุรกิจ | ข่าวสด | คม ชัด ลึก | ฐานเศรษฐกิจ | เดลินิวส์ | ไทยรัฐ | แนวหน้า | บ้านเมือง | ประชาชาติธุรกิจ | ผู้จัดการ
มติชน | สยามธุรกิจ | สยามรัฐ | อ.ส.ม.ท | ไทยโพสต์ | ไทยนิวส์ | เชียงใหม่นิวส์ | สถานีโทรทัศน์ AStv สถานีโทรทัศน์ Nation | รับชมทีวีจากเว็บผ่านทรู
รวมเว็บบอร์ด : กรมส่งเสริมฯท้องถิ่น | สายตรงสนง.ท้องถิ่น ชม. | ชมรมนิติกรอปท. ชมรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯชมรมนักวิชาการศึกษา ชมรมช่างโยธาไทย
ชมรมจนท.จัดเก็บรายได้ ชมรมนักพัฒนาชุมชน | ชมรมเจ้าหน้าที่ธุรการ ชมรมเจ้าหน้าที่พัสดุ
..   ..  ..  ..
..
Copyright © 2009 All Rights Reserved. by www.thailocalgov.com : Thailand